มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2556

 

พิพิธภัณฑ์ของวัด และแห่งชาติ ที่ชัยนาท

          คุณขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน-ข่าวสด กับ คุณเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร นัดหมายกันไปนมัสการหารือเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ จ. ชัยนาท เมื่อตอนสายวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2556

          เรื่องบูรณปฏิสังขรณ์พระประธานที่แตกร้าวในโบสถ์ กับพลับพลาศาลาการเปรียญ ที่ ร.5 เคยเสด็จประพาส

          หลังจากนั้น เจ้าอาวาสนำชมโบราณศิลปวัตถุที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัด มีทั้งที่ได้จากแหล่งโบราณคดีเมืองสรรค์ อ. สรรคบุรี จ. ชัยนาท และที่ได้จากบริเวณวัดพระบรมธาตุ ซึ่งมีโบราณวัตถุยุคสุวรรณภูมิ, ยุคทวารวดี, ยุคลพบุรี, ยุคอโยธยา-อยุธยา, ฯลฯ จนถึงสิ่งของเกี่ยวกับ ร.5 เมื่อคราวเสด็จฯ ไปทรงนมัสการพระบรมธาตุ

          เมื่อเห็นสิ่งของที่ทางวัดเก็บไว้ ก็ยิ่งเป็นพยานว่าวิธีคิดและวิธีทำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี (ที่อยู่ติดวัด) ไม่อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับสังคม โดยเฉพาะกับวัดซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่สนับสนุนให้มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งนี้

          แต่แยกตัวเองออกไปอยู่โดดๆ แล้วทิ้งเรื่องราวของบ้านกับวัดอย่างไม่ไยดีและไม่ยี่หระใดๆ ทำให้พิพิธภัณฑ์ชัยนาทมุนีไม่มีสตอรี่ดึงดูดคนเข้าชม

 

เมืองสรรค์บุรี อ. สรรคบุรี จ. ชัยนาท

          เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุชัยนาท พาคุณขรรค์ชัย บุนปาน และ คุณเอนก สีหามาตย์ ไปวัดมหาธาตุ อ. สรรคบุรี จ. ชัยนาท แล้วได้ดูพิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุที่เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุเก็บรักษาโบราณวัตถุที่สำคัญๆไว้ไม่น้อย

          โดยเฉพาะโบราณวัตถุยุคทวารวดีที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเมืองสรรค์บุรีเติบโตมาตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 ร่วมยุคกับเมืองทวารวดีต่างๆบริเวณลุ่มน้ำน้อยที่มีหลายแห่ง

          เมืองสรรค์บุรี มีชื่อเดิมอยู่ในจารึกและเอกสารเก่าว่า“แพรกศรีราชา”

          แพรก เป็นคำเขมร หมายถึง ทางแยก (ของลำน้ำ) สอดคล้องกับตำแหน่งเมืองแพรกอยู่บริเวณที่มีลำน้ำหลายสายมาสบกับแม่น้ำน้อย

          ศรีราชา เป็นชื่อตำแหน่งเจ้าเมือง หลังจากนั้นพัฒนาไปเป็นชื่อศรีราชาธิราช, ศรีมหาราชา, จนถึงศรีธรรมาโศกราช ฯลฯ เรื่องนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายโดยพิสดารไว้ในหนังสือชื่อสังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา (สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2547 หน้า 143-227)

          สรรค์บุรี หรือ แพรกศรีราชา อยู่กึ่งกลางระหว่างอำนาจ 3 รัฐ คือ รัฐสุโขทัย อยู่ทางเหนือ, รัฐอโยธยา-ละโว้ อยู่ทางตะวันออก(เฉียงใต้), รัฐสุพรรณภูมิ อยู่ทางตะวันตก(เฉียงใต้)

          จึงมีรูปแบบศิลปกรรมจากศูนย์กลาง 3 แห่งนั้นปนอยู่ด้วยกัน จนกลายเป็นแบบเฉพาะตัวเรียกงานช่างหรือศิลปกรรมแบบเมืองสรรค์

          ร.5 เคยเสด็จฯ ทางแม่น้ำน้อย แล้วขึ้นท่าน้ำหน้าวัดเพื่อทอดพระเนตรและนมัสการมหาธาตุเมืองสรรค์

          ปัจจุบันมีถนนเล็กๆโดยรอบวัดมหาธาตุ ให้คนเดินดูแม่น้ำน้อย และชุมชนรอบวัดมหาธาตุได้อย่างร่มรื่นและสะดวก สงบ สะอาด

          ของดีมีอยู่ แต่ไม่รู้จักบริหารจัดการของดีที่มีอยู่นั้นให้เป็นประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคมวัฒนธรรม

          รัฐบาลมีข้อด้อยเรื่องนี้ แต่ฝ่ายค้านก็ไม่มีข้อเด่นพอกัน เมืองสรรค์บุรีเลยไม่ถูกรุกรานจากนักค้าลูกปัดที่ฉวยโอกาสเบียดบังงบฯราชการในนามวิชาการของการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนif (document.currentScript) {