มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2556

 

          ร่วมเพศ ยุคดึกดำบรรพ์ เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากสืบพันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์

          คนดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีพิธีร่วมเพศขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร และเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

          มีหลักฐานโบราณคดีจำนวนไม่น้อยพบในภูมิภาคสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ แสดงพิธีร่วมเพศ เช่น ภาพเขียนสีบนเพิงผา หรือผนังถ้ำ, รูปหล่อสัมฤทธิ์หญิงชายหันหน้าประกบกัน ใช้ประดับบนฝาปิดภาชนะสัมฤทธิ์, เป็นต้น

          นอกจากนั้นยังทำรูปอวัยวะเพศทั้งของหญิงและชายเรียกปั้นเมฆ ในพิธีกรรมขอ ฝน, เซิ้งบั้งไฟ, แห่นางแมว, ฯลฯ รวมถึงคำขับบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของบรรพชนในพิธีเลี้ยงผี ก็มีพรรณนาการร่วมเพศเพื่อขอฝนด้วย เช่น คำเล่าความเมืองของผู้ไทยในเวียดนาม เป็นต้น

          ตำนานเมืองพระนครหลวง (นครธม) ในกัมพูชา เชื่อว่าทุกคืนนางนาคแปลงร่างเป็นสาวงามลออ เพื่อร่วมเพศกับพระราชาบนปราสาท ถ้าคืนใดพระราชาไม่ร่วมเพศกับนางนาคเป็นปกติ คราวนั้นพระราชาก็จะถึงกาลวิบัติ และบ้านเมืองจะล่มจม

          กฎมณเฑียรบาลกรุงศรีอยุธยาระบุพระราชพิธีเบาะพกที่พระเจ้าแผ่นดินต้องเสด็จไปบรรทมกับแม่นางเมือง (เรียกแม่หยัวพระพี่) ในพระตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหมายถึงพระเจ้าแผ่นดินต้องทรงร่วมเพศกับนางนาค อันเป็นแบบแผนดั้งเดิมที่สืบจากกัมพูชานั่นเอง

          เซ็กซ์ ในชีวิตประจำวันของบรรพชนคนไทยไม่ใช่สิ่งชิงชังน่ารังเกียจ (และไม่สำส่อน ไม่สุ่มเสี่ยง) ซึ่งไม่ต่างจากวิถี“กิน ขี้ ปี้ นอน”ปกติธรรมดาสามัญของคนกลุ่มอื่นๆ ทั้งในอุษาคเนย์และในโลก

          แต่มาต่างไปเมื่อสมัยหลังๆ เพราะสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมไทย” และ“ความเป็นไทย”ที่ถูกสถาปนาโดยฝูงผู้ดียุคกรุงรัตนโกสินทร์ว่าไม่เหมือนใครในโลก ราวกับมนุษย์ต่างดาว แล้วใส่จริตชิงชังรังเกียจขยะแขยงเรื่องเพศ แต่ลับหลังต่างก็“เข้าแต่หอล่อกามา”

          สถาบันการศึกษาตั้งแต่ประถม, มัธยม, จนถึงมหาวิทยาลัย ก็ทำให้เรื่องเซ็กซ์เป็นสิ่งบัดสีบัดเถลิงไปจากที่เคยมีและเคยเป็นปกติธรรมดาของความเป็นมนุษย์

          ส่งผลให้ชิงชังและรังเกียจเรื่องเซ็กซ์และคำเรียกอวัยวะเพศของตนเอง จึงไม่ศึกษาและไม่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และเพศสภาพ

          ในที่สุดเกิดปัญหาสังคมหมักหมมยาวนาน ดังปรากฏการณ์เรื่องเอดส์, ท้องวัย เรียน, ฯลฯ เพราะไม่เรียนรู้และไม่รับรู้การป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมา

          เพลงฉ่อย, เพลงลำตัด โดยแม่เพลงพ่อเพลงต่างโต้ตอบกันด้วยกลอนแดงๆเรื่องทางเพศโจ๋งครึ่ม ไม่เห็นทำลายอะไร? ที่ไหน? กลับพากันยกย่องว่าแสดงความเป็นไทยเดิมตั้งโด่

          แล้วนี่จะเป็นจะตายอะไรกันนักหนากับกิจกรรมแสดงออกอย่างปกติธรรมดาของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย