มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 24 กันยายน 2556

 

ข้าวปุ้น คำลาว จากเวียดนาม

          ข้าวปุ้น ในวัฒนธรรมลาว หมายถึงขนมจีน (คำไทย จากภาษามอญว่า คะนอมเจอญ)

          แต่ ปุ้น ลาวยืมคำจากเวียดนามว่า บู๋น

          อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร (คณะโบราณคดี ม. ศิลปากร) บอกว่า ปุ้น ที่หมายถึงขนมจีน มาจากภาษาเวียดนามว่า บู๋น แล้วส่งสำเนาพจนานุกรมภาษาเวียดนาม-อังกฤษ (Vietnamese-English Dictionary, Charles E. Tuttle Company 1966, p. 25.) มาให้เห็นเป็นพยาน

          อ. ยุกติ มุกดาวิจิตร (คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม. ธรรมศาสตร์) ที่เคยไปวิจัยภาคสนามอยู่เวียดนาม ยืนยันว่าเวียดนามเรียกขนมจีนว่า บู๋น

          ปุ้น ไม่เคยพบในตระกูลไทย-ลาวดั้งเดิม แต่เพิ่งมาเพิ่มคำอธิบายสมัยหลังว่าหมายถึง “อาหารชนิดหนึ่งทำด้วยแป้งข้าวหมัก, เป็นเส้นคล้ายเส้นหมี่ เรียกข้าวปุ้น = ขนมจีน” (พจนานุกรม ภาคอีสาน-ภาคกลาง ฉบับปณิธาน ของ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺสมหาเถระ)

 

พิพิธภัณฑ์มีชีวิต

          รมว.วัฒนธรรม แถลงว่าจะพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้มีชีวิตและทันสมัย แล้วเพิ่มกิจกรรมหมุนเวียนที่น่าสนใจ

          เริ่มนำร่องที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จากนั้นจะขยายไปที่อื่นๆ เช่น สุโขทัย, เชียงใหม่

          โดยนำเอกลักษณ์ความโดดเด่นของโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์มาเป็นจุดขาย บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น (เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2556 หน้า 22)

          ระยะเร่งด่วน (ขายผ้าเอาหน้ารอด) ทำได้แค่นี้ก็บุญนักหนาแล้ว

          ถ้าจะให้ยั่งยืนระยะยาวต้องปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์(และโบราณคดี)เป็นกรมหนึ่งแยกออกต่างหากจากเดิม โดยให้มีหน้าที่ดูแลรักษาและแบ่งปันเผยแพร่ความรู้

          ไม่ใช่เป็นโกดังเก็บของเก่าอย่างเดียวไม่เกี่ยวข้องกับสังคมเหมือนทุกวันนี้

          พร้อมกันนั้นต้องปฏิรูปวิธีคิดให้ขยายกว้างจากประวัติศาสตร์ศิลปะ(อย่างคับแคบ)เป็นประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม โดยไม่ผูกขาดรับคนทำงานอยู่แค่ผู้จบการศึกษาด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว แต่ขยายถึงผู้รู้รอบด้าน จบการศึกษาทุกสาขาวิชา

          พิพิธภัณฑ์สำคัญที่ รมว.วัฒนธรรมต้องพัฒนาเร่งด่วน คือพิพิธภัณฑ์ที่อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี เพราะ“เมืองอู่ทอง เป็นต้นทางประวัติศาสตร์ไทย” แล้วเกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับชื่อ“สุวรรณภูมิ” อันเป็นที่รู้กว้างขวางระดับนานาชาติ ตั้งแต่อดีตหลายพันปีมาแล้ว สืบจนปัจจุบัน

          “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” เป็นประเพณีตีปี๊บทุกครั้งที่มี รมว.วัฒนธรรมคนใหม่ หลายต่อหลายคนแล้ว แต่ลงท้ายก็ไม่มีชีวิตเหมือนเดิม

          จึงไม่หวังอะไร ถือเสียว่าได้ยินได้ฟังและได้ดูการแสดงซ้ำๆจืดๆฟรีๆเป็นครั้งคราวเท่านั้น

          ฉะนั้นที่ผมเขียนมารายงานอย่างนี้ก็คงไม่ต่างกัน คือจืดๆซ้ำๆ แต่ต้องทำไปจนกว่ามิวเซียมมีชีวิตจะมีได้จริงdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);