มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2556

 

          คนไทย และความเป็นไทย มีส่วนผสมของหลายเผ่าพันธุ์ โดยมีลาวและกัมพูชาเป็นสายแหรกสำคัญปะปนอยู่ด้วย จึงนับเป็นเครือญาติชาติภาษาและชาติพันธุ์เดียวกัน

          มีร่องรอยหลักฐานความเชื่อดั้งเดิมดึกดำบรรพ์อยู่ในนิทานกำเนิดคน 5 พวกจากน้ำเต้าปุง

          คน 2 พวกแรก เกิดก่อน มีผิวคล้ำมาก อยู่ในตระกูลมอญ-เขมร ส่วนคน 3 พวกหลังเกิดตามมา มีผิวคล้ำไม่มาก อยู่ในตระกูลไทย-ลาว

          แสดงว่าผิวสี ไม่ว่าผิวคล้ำมาก หรือคล้ำไม่มาก ผิวดำคล้ำ หรือดำแดง ไม่ถือเป็นคนต่างจำพวก แต่นับเป็นคนจำพวกเดียวกัน ไม่ว่าอยู่ในเมือง หรือในป่าเขาราวไพร ในที่ราบสูง หรือที่ราบลุ่ม (ต่ำ)

          คนพื้นเมืองผิวดำคล้ำ หรือดำแดง ยังมีบอกในเอกสารจีนของโจวต้ากวาน (ในคณะทูตจีนเข้าไปถึงเจินละ คือนครธม เมื่อ พ.ศ. 1839 ปีสร้างเมืองเชียงใหม่ เป็นช่วงก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา) ว่าคนทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์ยุคนั้นผิวดำ รูปร่างหยาบ หน้าตาน่าเกลียด

          แต่ในบันทึกสมัยหลังต่อมาของลาลูแบร์บอกว่าคนพื้นเมืองในพระนครศรีอยุธยา ผิวหยาบ น้ำตาลปนแดงเพราะเกรียมแดด และเกรียมโดยกำเนิด

          คนพื้นเมืองผิวดำคล้ำ หรือดำแดง ทำให้นักค้นคว้ายุคก่อนๆพยายามโยงเข้าหาชื่อสยาม ว่ามาจากภาษาสันสกฤตว่า ศยาม แปลว่า สีดำ, สีคล้ำ

          เฉพาะคนในตระกูลมอญ-เขมร ทั้งที่ราบสูง (เรียกเขมรสูง) กับที่ราบลุ่ม(เรียกเขมรต่ำ) ย่อมเป็นพวกเดียวกัน ไม่เป็นคนต่างจำพวก

          เขมรสูง อยู่ที่ราบสูงบริเวณลุ่มน้ำมูล-ชี ทิวเขาพนมดงรัก ต่อมาคนยุคต้นกรุงเทพฯ เรียกอย่างดูถูกว่า เขมรป่าดง แต่ยุคดั้งเดิมคือคนพวกเดียวกับเขมรเมืองพระนคร นครวัด นครธม

          สยามก๊ก หรือเสียมกุก ภาพสลักบนปราสาทนครวัด เป็นเครือญาติกษัตริย์เมืองพระนคร ก็มีพวกเขมรสูง (หรือเขมรป่าดง บริเวณลุ่มน้ำมูล ทิวเขาพนมดงรัก) แถบปราสาทพระวิหารปะปนอยู่ด้วย แล้วใช้ภาษาไทย-ลาว สื่อสารในตลาด

          กวย, กูย, โกย (ปัจจุบันถูกเรียกส่วย) คือกลุ่มเขมรสูง ที่ยุคต้นอยุธยาเป็นพวกค้าเกวียน มีการค้าอยู่ในตลาดพระนครศรีอยุธยา ค้าขายแลกเปลี่ยนกับชาวยุโรป, ชาวจีน, และชาวอื่นๆ

          ไทย, ลาว, กัมพูชา ทั้งที่ราบสูงและที่ราบลุ่ม ล้วนเผ่าพันธุ์พวกเดียวกัน ไม่ว่าอยู่ปราสาทวัดพู, ปราสาทพระวิหาร, ปราสาทนครวัด จนถึงปราสาทต่างๆ กับศาลพระกาฬ เมืองลพบุรี ล้วนเครือญาติชาติภาษาและชาติพันธุ์เดียวกัน

          เรื่องอย่างนี้ต้องผลิตซ้ำ, ทำซ้ำ,  หรือ “ขายของเก่า” ย้ำแล้วย้ำอีกบ่อยๆเพื่อความเข้าใจร่วมกัน และเพื่อให้พ้นจากการครอบงำของแนวคิดคลุ้มคลั่งแบบอาณานิคม นิยมอนุรักษ์ประโยชน์ส่วนตน

          จะได้ไม่มีใครพยายามทำให้วิปลาสคลาดเคลื่อนซ้ำอีก เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายนิยมประวัติศาสตร์บาดหมางสร้างบาดแผลให้ไทยกับกัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหาร ที่รอวันปะทุข้างหน้า

          ใครที่เคยเข้าใจเรื่องชาติพันธุ์สุวรรณภูมิอุษาคเนย์พลาดไป ก็แก้ไขได้ ไม่สายเสียแล้วif (document.currentScript) {