มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 4 กันยายน 2556

 

          กลอุบายเมืองว่างร้าง (กลเมืองว่าง และอุบายเมืองร้าง) ของขงเบ้ง หลอกล่อเอาชนะสุมาอี้ ในสามก๊ก

          รายละเอียดพิสดารซ้อนพิสดาร ผมอ่านจากหนังสือวิถีแห่งอำนาจสุมาอี้ โดย เสถียร จันทิมาธร (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์เมื่อกรกฎาคม 2556 ราคา 240 บาท)

          มีความพรรณนาว่าขงเบ้งขึ้นไปนั่งบนกำแพงเมือง แล้วทำทีดีดพิณอย่างหรรษา หลอกสุมาอี้ให้หลงกลอุบายเมืองว่างร้าง

          สำนวนแปลของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่าขงเบ้งดีดกระจับปี่

          ส่วนคำร้องจีนขิมเล็กในชุดสิบสองภาษาว่าขงเบ้งตีขิม

          แต่เสถียรเทียบหลักฐานแล้วสรุปว่าในต้นฉบับเอกสารจีนระบุขงเบ้งดีดพิณ จะคัดมาให้อ่านดังนี้

          แม้สำนวนเจ้าพระยาพระคลัง (หน) จะระบุว่า ขงเบ้งดีดกระจับปี่ ขณะที่ฉบับแปลใหม่สำนวนวรรณไว พัธโนทัย บรรยายว่า

          “แล้วขงเบ้งสวมเสื้อครุยขนนกโพกศีรษะ ให้เด็กน้อย 2 คนยกพิณขึ้นไปนั่งบนกำแพง แลตั้งกระถางธูปบูชาไว้เบื้องหน้า พลางนั่งดีดพิณเล่นอยู่อย่างเพลิดเพลิน”

          เมื่อสอบจากหลายสำนวนประสานเข้าด้วยกันยืนยันเป็น “พิณ” ไม่ใช่ “กระจับปี่”

          อย่างไรก็ตาม หนังสือ “อ่านสามก๊ก ถกบริหาร” ของ ก่อศักด์ ไชยรัศมีศักดิ์ ยืนยันว่า ในประวัติศาสตร์ตามเวลาจึงไม่มีอุบายเมืองร้างของขงเบ้งในปี ค.ศ. 227 ตามเนื้อเรื่องของ “ล่อกวนตง” แต่งขึ้น

          เป็นการสร้างสรรค์เองของล่อกวนตง โดยอาจอิงอาศัย “บันทึกจ่อจ้วน แคว้นฉู่กลืนแคว้นเล็ก” มาเป็นพื้นฐานแห่งแรงบันดาลใจ

          เจตนาก็เพื่อชู “ขงเบ้ง” ให้สูงเด่นเหนือกว่า “สุมาอี้”

          “ขึ้นไปนั่ง บนกำแพง แกล้งตีขิม” เป็นคำร้องทำนองจีนขิมเล็ก (ในชุดเพลงสิบสองภาษา สำเนียงจีน)

          จะคัดคำร้องทำนองจีนขิมเล็ก จนจบจีนไจ๋ยอ มาลงไว้ให้อ่านก่อน ดังนี้

          คำร้องจีนขิมเล็กกับจีนไจ๋ยอ ถึงขณะนี้ไม่รู้ผู้แต่งเป็นใคร? ทำไมให้ขงเบ้งตีขิม? ทั้งๆฉบับแปลไทยดีดกระจับปี่ ซึ่งใกล้เคียงต้นฉบับจีนว่าดีดพิณ

          ผมยังหาคำอธิบายไม่ได้

          คำร้องจีนไจ๋ยอ มีสร้อยคำจีน (ใส่วงเล็บตัวเอน) เขียนเป็นคำไทย อักษรไทย ไม่รู้แปลว่าอะไร?