มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 3 กันยายน 2556

 

          รัฐบาลต้องการรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยว มาชดเชยรายได้ส่วนอื่นที่ลดน้อยถอยลง แต่ต้องใช้เงินลงทุนมากเพื่อทำโครงสร้างพื้นฐาน

          เรือพระราชพิธีมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ไม่เฉพาะแค่ไทย แต่รวมถึงอาเซียนอุษาคเนย์ เพราะเป็นวัฒนธรรมร่วม และไม่มีที่อื่นอีกแล้ว เหลือแห่งเดียวในไทย

          ขณะเดียวกันเรือพระราชพิธีก็มีมูลค่ามหาศาลทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ้าบริหารจัดการอย่างมืออาชีพระดับนานาชาติ

          ไม่น่าเชื่อที่ไทยมองข้ามทั้งในแง่คุณค่าและมูลค่า ที่ขายดี ขายได้ แต่ขายไม่เป็น จึงปล่อยทิ้งให้บริหารจัดการตามยถากรรมด้วยระบบราชการ(ที่ต่อต้านความก้าวหน้า) แล้วปิดกั้นการเข้าถึงของคนไทย

          ไม่กี่วันมานี้ทางการแถลงข่าวว่าจะปรับปรุงอู่เรือพระราชพิธี ที่ปากคลองบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี มีรายงานอยู่ในข่าวสด (ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2556 หน้า 23) จะคัดสรุปมาดังนี้

          นายเอนก สีหามาตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) รักษาการอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย

          ว่าพิพิธภัณฑ์ฯ เรือพระราชพิธีมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะไทยถือเป็นแห่งเดียวในโลกที่ยังมีเรือพระราชพิธี

          ปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงเรือพระราชพิธีสำคัญ 8 ลำ อาทิ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นต้น และมีเรือพระที่นั่ง และเรือต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค พร้อมเครื่องประกอบและสิ่งของเครื่องใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ด้วย

          กรมศิลปากรจะประสานงานดำเนินการกับกรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) วธ. โดยมีแผนหลักจะพัฒนาทางเข้า-ออก ซึ่งคับแคบ และพัฒนาพื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

          รมว.วธ. สั่งให้ทำแผนงานเสนอ ซึ่งตนมอบหมายให้ นายอนันต์ ชูโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร เตรียมข้อมูลไว้แล้ว

          ส่วนคณะทำงานจะเชิญหน่วยงานของกองทัพเรือที่รับผิดชอบ อู่เรือพระราชพิธี กทม. กรมศิลปากร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เข้าร่วมประชุม คาดว่าจะเริ่มประชุมในช่วงปลายเดือน ก.ย. นี้

          แค่ได้ข่าวก็รู้สึกร่มรื่นชื่นใจ แม้เชื่อไม่ได้ทั้งหมดว่าจะทำจริงตามนั้น อย่างน้อยมั่นใจได้ว่ามีผู้รู้รับปัญหา และกำลังหาทางแก้ปัญหานั้น ซึ่งต่างจากที่แล้วๆมา พากันดีแต่พูด good but mouth ไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น นอกจากพูด แล้วไม่ทำอะไรจนเกษียณ

          เรือพระราชพิธีทั้งของไทย(และของที่อื่นในอาเซียนอุษาคเนย์ ซึ่งเคยมีอย่างเดียวกัน) มีรากเหง้าความเป็นมาจากเรือศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี พบหลักฐานโบราณคดีเป็นลายสลักบนกลองทองมโหระทึกราว 3,000 ปีมาแล้ว

          หลังรับศาสนาพราหมณ์-พุทธ ก็ปรับหัวเรือเป็นรูปสัตว์ ตามความเชื่อใหม่จากอินเดีย สืบเนื่องจนทุกวันนี้