มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2556

          เสภาขับ แท้จริงทำอย่างไรไม่พบหลักฐานตรงๆ แต่มีร่องรอยว่าเป็นกลอนด้นลำส่ง (ยังไม่ขับเสภาที่มีปี่พาทย์รับ) มีมาแต่ยุคปลายอยุธยา จนกรุงธนบุรี ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์

          กลอนด้นลำส่งที่มีเป็นกลอนเพลงสั้นๆ ง่ายๆ สนุกๆ ไม่เต็มตอน ไม่เต็มเรื่อง และติดจะหยาบ (เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีเพลงโต้ตอบ) ดังเสภากำเนิดพลายงาม สำนวนสุนทรภู่ บอกว่า

          “ส่วนนายมาพระยานนท์คนตลก        ว่าหยกหยกหยาบช้าคนฮาฉาว”

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บอกในตำนานเสภาว่าบางตอนห้ามผู้หญิงอ่าน เพราะหยาบ

 

งานทำศพ มีสวดสิบสองภาษา

          ขุนช้างขุนแผนดั้งเดิมเป็นกลอนลำส่ง ยังมีเค้าเหลืออยู่บ้างตอนทำศพขุนศรีวิชัย (พ่อของขุนช้าง) กับพันศรโยธา (พ่อของนางพิม) ที่วัดเขาพระ พรรณนาถึงนักสวด (คฤหัสถ์) ว่าทำนองสิบสองภาษา

          แต่ฉบับพิมพ์แพร่หลายทุกวันนี้ถูกตัดทิ้งไป โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรง มีคำอธิบายในตำนานเสภาว่า

          “เมื่อมาอ่านเป็นหนังสือไม่ขบขัน เห็นกลับทำให้เรื่องหนังสือเสีย จึงตัดออก”

เสภาตัวเขียน

          เสภาขุนช้างขุนแผน พรรณนางานศพที่วัดเขาพระ ต้นฉบับตัวเขียนสมุดไทย กับฉบับชำระพิมพ์ มีกลอนเสภาตอนต้นตรงกัน แต่ตอนปลายต่างกัน

          ต้นฉบับตัวเขียนสมุดไทยตอนปลายมีร้องลำสวดแทรกไว้สนุกสนาน คุณภูวดล สุวรรณดี (เมื่อครั้งประจำกองบรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม) คัดลอกไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จากสมุดไทยในหอสมุดแห่งชาติ จะคัดมาพิมพ์แบ่งปันเผยแพร่ไว้ ดังนี้

          ประทัดผละพละกึงอยู่ผึงผาง            จังหันแซกตรวดวางร่อนส่งเสียง

          โป้งปีบตับราวปิ๋วป๋าวเคียง              เป็นเสียงเบือเสือช้างคร่างครวนไป

          หนังเพ้ยเฮยโกร่งโหม่งตึง                นักสวดอึงคะนึงละโอกใหญ่

          หลวงไทเจ้ากูทำลำๆ ไป                  เอาตาลปัตรพลักไพล่กระทุ้งมา

          ฉะปริงติ๋งโหนงกะทอมปริง              ตำพริกตำขิงว่าจะแกงปลาบ้า

          พริกเทศกระเด็นเข้าในตา                หัดชาหัดโชกจะโพศใคร

          หลวงมอญร่อนเสียงว่าอรน่าย          กรรมของมึงตายกูไม่ช่วยได้

          ลูกคู่ว่าเยอะอย่าเลอะไป                  ยักใส่ลำๆ ทำวุ่นวาย

          อ่อยร้าว่าอะร่อยเราอ้อยชบาย          อุมิพแลกหายป้ายโพลงลงในกระบอก

          เราเป็นหลวงบ้านนอก                    หนังงอกไม่ทันเนื้อ

          คนหนึ่งตัดหวายไปตะพายกินเสือ      คนหนึ่งอยู่เรือสากกะเบือตกน้ำ

          คนหนึ่งลงดำว่ายกินน้ำตะเข้            ไอ้ผีโว้เว้ตายไปก็ชั่งมึง

          ผ้าขาวผืนหนึ่งกูจะชิงเอามา             สาระโพว่าเฮล่า สาระภาเฮโล

          ไอ้ไทไอ้โงวิ่งเย้ยเล่นเถิดวา

          หลวงญวนคู่สวดหนวดยุ่งย่าง         ฟันขาวเคราคางดังค่างป่า

          เค้าก็เค้ากันรันร้องมา                    ลูกคู่รับว่าฮาท้อขวัน

          ควันๆ ขวันห้อควัน                       ไม่ภักให้ควันมันเป็นมาเอง

          เหนงเน่งเสียงระฆังดังเนง               ลุกขึ้นห้อยโตงเตงเพลงหลวงญวน

          หลวงจีนคู่สวดหนวดตะละแพะ         ตีกรับรับแฉะแบะปากทวน

          ลิวกองแซ่กองร้องตามกระบวน        หลวงญวนมาจะลับเจียวกู

          ลิ๋วลิ๋วกองลิ๋วกองสู่                        ผู้หญิงญวนกับกูทำชู้กันก็ไล่ย

          เฟื้องหนึ่งสองไพชิไบโดเอ หลวงลาวคู่สวดประกวดทือ อ้าปากบีบคอข้อยบ่อย่านเด ระเดงระเดงเด้งมีเด้งก็เท่ากัน สูเอยตายไปกูเสียดายแตนั้น อีสังชังปั้นก็บ่อเหมือนมึง

          หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวเกลี้ยงใครกลึง เมกปลายคล้ายบึ้งมึงเหมือนกูเดตะเดๆ หลวงเขมรคู่สวดประกวดอ้าง เหมือนคางคกลั่นคางครางเหๆ นักเอ๋ยนักตายนักงายโดเด เขมรเกนเกบ่อดึงภาษา

          กมอระปินาสมจุ้ยมะดอง ตุนาตุพองกูเอาทองฝังเครื่อง ทองขาวทองเหลืองเนืองเป็นไข้ยูง หลวงลาวมาคู่ของกูมียัก ของกูมีพักที่จะยักให้กู

          หลวงแขกคู่สวดหนวดยุ่งย่าง          เคราคางฟันขาวราวไอ้หู

          ชักตุงกาโครกโยกอยู่ทั้งคู่                ชูคอหัวโตสวดโลไป

          เบกัดพระรินิวัดกูไม่เคยกินหมู กูเคยกินแต่ไก่ย่าลิพะระนิผิไท ไมเข้าสะนับมึงลับตาตาย ชั่วปู่ชั่วย่าชั่วตาชั่วยายอดชาไปกว่าจะตาย ยักย้ายไปก่อนเข้าห่อนหากัน

          ฝ่ายหลวงฝารั่งมาทั้งสอง                ปากอ้าตาพองร้องหัวสั่น

          กระแทกก้นปับนั่งรับร้องกัน             ชักลั่นลำลำคลำให้ดู

          หลวงแขกพะริเคยแดกแต่ไก่            ของกูนีได้กูไล่เอาทั้งหมู

          กปิตันมันนีสั่นกว่ากู                      กูรู้บาตตรีกูนีดีกว่าเอง

          เติมเหล้าเข้าทีนึง                          ชักกระดึงอยู่โหน่งเหน่ง

          กะปิตันลุกขึ้นสั่นตามเพลง              ชักหลกกางเกงให้หลวงแขกดู

          หลวงแขกอ้าปากคากทุด                ถุยไอ้บันจุทเป็นไรมาชุกให้กู

          จับพัดกวัดแกว่งอยู่                       ลูดีหลวงฝารั่งมา

          หลวงฝารั่งนั่งรับพัด                      คัดลำกำหมัดจับพัดขึ้นง่า

          ฤทธิ์เหล้ากับไอ้เมากัญชา                ต่างคนต่างบ้าเข้าหากัน

          เจ้างานงุ่นง่านเข้าไปห้าม                หลวงแขกคำรามอยู่ตัวสั่น

          หลวงฝารั่งก็นั่งลงพลัน                   มึงเอากำปั้นมารันเอากู

          ฝ่ายว่าคนฟังสะพรั่งหน้า                 ชอบกบเจียวหวาเฮฮาอยู่

          จนเอาพัดเข้ารันพากันดู                 ตะละคู่สิ้นทีดีเหลือใจ

          อีกลิ้งว่าจริงเจียวพ่อไอ้หนู               บทบาทของเจ้ากูออกแสบไส้

          ชักยักลำๆ ทำพันไป                      อีพ่อข้าไหว้ฟังเพราะเมาจึ่งวา

          ยายเทพทองร้องว่าอีตายโหง       ชังชมหลวงลำโพงโคลงหัวว่า

          แขกฝารั่งจังไรที่ไหนมา                  หลกผ้าให้กันดูหน้าอดสูใจ

          ครั้นแสงทองส่องฟ้าเพลาสว่าง         พระสงฆ์ลงสามทร่างไม่ช้าได้

          มีลคอนโขนหุ่นวุ่นวายไป                  เลี้ยงพระสงฆ์ถวายไตรให้ทาน

          ครั้นครบสามวันพากันปลงศพ           ชายหญิงวิ่งตรลบอยู่อลหม่าน

          ฉลองธาตุถวายกระจาดท่านสมภาร   เลกการกลับเข้าบ้านทันที

          ในขุนช้างขุนแผน ฉบับวัดเกาะ โดยคริส เบเกอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร บรรณาธิการ (สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 หน้า 36-39) มีข้อความเหล่านี้ครบถ้วน จะต่างกันก็เฉพาะบางถ้อยคำเท่านั้น

เสภาฉบับชำระ

          กลอนเสภาฉบับชำระ แล้วพิมพ์เป็นเล่มใช้งานเป็นทางการทุกวันนี้ ตัดทิ้งลำสวดสิบสองภาษาจากฉบับตัวเขียน และปรับเปลี่ยนแต่งใหม่ให้มีเนื้อหาเหลือสั้นนิดเดียว ดังนี้

          ประทัดพลุผลุตึงอยู่ผึงผาง               จังหันกรวดวางครางส่งเสียง

          โป้งปีบตับราวปิ๊วป๊าวเปรี้ยง             จอหนังตั้งเรียงเล่นครื้นไป

          ครั้นแสงทองส่องฟ้าเพลาสว่าง พระสงฆ์ลงสามสร้างไม่ช้าได้

          มีโขนหุ่นชักอยู่ขวักไขว่          เลี้ยงพระถวายไตรไทยทาน

          ครั้นครบสามวันก็ปลงศพ                ญาติกามาครบอลหม่าน

          ฉลองธาตุถวายกระจาดท่านสมภาร   แล้วเลิกกลับเข้าบ้านในทันที ฯ