มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2556

 

          ตีกรับขับแคน (ต้นเค้าตีกรับขับเสภา) เป็นประเพณีของกลุ่มชนในวัฒนธรรมลาว ลุ่มน้ำโขง ที่ทยอยเคลื่อนย้ายผ่านลุ่มน้ำน่าน-ยม ลงไปฟากตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1500

          จากนั้นต่อมาราวหลัง พ.ศ. 1700 มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ลงไปตั้งหลักแหล่งในดินแดนรัฐสุพรรณภูมิ (ลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง )ที่เอกสารจีนเรียก เสียน, เสียม คือสยาม

          ตำนานวีรบุรุษเรื่องขุนแผน บางทีจะมีขึ้นที่รัฐสุพรรณภูมิ เพราะเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่เมืองสุพรรณบุรี (ศูนย์กลางของรัฐสุพรรณภูมิ แต่ถูกปรับเปลี่ยนไปใช้ฉากอยุธยาในสมัยหลัง)

          ครั้นหลัง พ.ศ. 1900 พระเจ้าแผ่นดินรัฐสุพรรณภูมิ (โดยการสนับสนุนของจีน) ยกทัพไปยึดครองแล้วเสวยราชย์กรุงศรีอยุธยา

          บรรดาลาวชาวสยามลุ่มน้ำโขงในสุพรรณภูมิก็ย้ายไปตั้งหลักแหล่งเป็นประชากรหลักของพระนครศรีอยุธยา ตำนานวีรบุรุษหรือนิทานศักดิ์สิทธิ์เรื่องขุนแผนก็ติดไปแพร่หลายในอยุธยา (แล้วจะมีวิวัฒนาการเป็นเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนต่อไปในยุครัตนโกสินทร์)

 

ตำนานวีรบุรุษ

          ขุนช้างขุนแผนที่รู้จักแพร่หลายทุกวันนี้ ถูกแต่งเติมเสริมต่อตามความต้องการของยุคสมัยมานานมาก นับหลายร้อยปี

          โครงเรื่องเก่าสุดน่าจะเป็นตำนานวีรบุรุษหรือนิทานศักดิ์สิทธิ์ มีตัวละครเอกคือขุนแผน กับดาบฟ้าฟื้นรบชนะข้าศึกเท่านั้น

          ในคำให้การชาวกรุงเก่ามีรายละเอียดปรุงแต่งแล้ว คงได้จากนิทานขุนช้างขุนแผนที่ช่างขับเล่นตีกรับขับแคนแพร่หลายก่อนกรุงแตก

 

ขุนแผน

          แผน ในชื่อขุนแผน กลายจากคำว่า แถน หมายถึง ผีฟ้า เป็นผีบรรพชนของคนในวัฒนธรรมลาว ลุ่มน้ำโขง (ภาษาปากเรียก ผีฟ้าพญาแถน) ผู้บันดาลให้มีทุกสิ่งทุกอย่าง

          คำว่า ขุนแผน มีใช้ในโองการแช่งน้ำ (วรรณกรรมยุคต้นอยุธยา) หมายถึง พระพรหม ผู้สร้างโลกขึ้นใหม่หลังไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก

          การตั้งชื่อตัวละครเอกว่าขุนแผน ไม่น่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เจตนาให้เป็นตำนานศักดิ์สิทธิ์

 

ดาบฟ้าฟื้น

          ดาบฟ้าฟื้น หมายถึง ดาบ (อาวุธ) วิเศษที่ผีฟ้าพญาแถนสร้างคืนกลับขึ้นใหม่ในสถานการณ์ศักดิ์สิทธิ์

          ฟ้าฟื้น หมายถึง เทวดาสร้างคืนกลับขึ้นใหม่

          (ฟ้า หมายถึง เทวดา, แถน, ฟื้น แปลว่า คืนกลับ, พลิกกลับขึ้นมา, สร้างใหม่)

          คำให้การชาวกรุงเก่า เล่าว่าขุนแผนมีดาบวิเศษเรียกดาบฟ้าฟื้น เมื่อชราลงจึงนำดาบฟ้าฟื้นถวายพระพันวษา พระองค์ทรงรับไว้แล้วทรงประสิทธิ์ประสาทนามว่าพระแสงปราบศัตรู โปรดให้มหาดเล็กเชิญตามเสด็จซ้ายขวาคู่กับพระแสงขรรค์ชัยศรีครั้งพระยาแกรก

          พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการเมืองในวัฒนธรรมเขมร มีในตำนาน (เช่น ในจารึกวัดศรีชุม สมัยสุโขทัย) ว่าผีฟ้ากรุงยโสธรปุระ (เมืองพระนครหลวง-นครธม) พระราชทานพระแสงขรรค์ชัยศรีให้พ่อขุนผาเมือง แล้วเชื่อกันว่าสืบทอดต่อมาถึงพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

          พระแสงปราบศัตรู คือดาบฟ้าฟื้นของขุนแผน ย่อมเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการเมืองในวัฒนธรรมลาว ของคนส่วนมากในกรุงเก่าซึ่งยกย่องดาบฟ้าฟื้นเสมอพระแสงขรรค์ชัยศรีของเขมร

          เรื่องดาบฟ้าฟื้นคู่กับพระแสงขรรค์ชัยศรี มีในความทรงจำ (เรียกคำให้การฯ) ของเจ้านายและขุนนางอยุธยากลุ่มหนึ่งที่ถูกกวาดต้อนไปหงสาวดีเมื่อกรุงแตก พ.ศ. 2310 จะเชื่อถือว่าจริงทั้งหมดไม่ได้ แต่เชื่อได้ว่ามีคนกรุงเก่าบางกลุ่มที่ใกล้ชิดราชสำนักคิดอย่างนี้

 

พื้นเพเมืองสุพรรณ

          ขุนช้าง ขุนแผน (พลายแก้ว) และนางวันทอง (พิมพิลาไลย) ตัวละครเอกของนิยายเรื่องขุนช้างขุนแผน มีพื้นเพภูมิลำเนาอยู่เมืองสุพรรณ (คือ จ. สุพรรณบุรี เดี๋ยวนี้) มีผู้ทำสังเขปไว้จะคัดมาดังนี้

          มี 3 ครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองสุพรรณ คือ

          1. ขุนไกรพลพ่าย ว่าเดิมชื่อพลายจันทน์ เป็นลูกพลายประจำกรม รับราชการอยู่กรมอาสาหกเหล่า เดิมอยู่บ้านพลับ เมื่อได้กับนางทองประศรี ซึ่งอยู่ที่วัดตะไกรเป็นภริยา จึงย้ายมาอยู่บ้านภริยาที่วัดตะไกร มีลูกชายด้วยกันคนหนึ่ง นามว่า พลายแก้ว ซึ่งต่อมาได้เป็นขุนแผน แล้วเป็นพระสุรินทรฦๅไชยมไหสูรย์ภักดี เจ้าเมืองกาญจนบุรี จึงเรียกกันว่า พระกาญจนบุรี

          2. ขุนศรีวิชัย รับราชการเป็นนายกองกรมช้างนอก เป็นเศรษฐีคนหนึ่งของเมืองสุพรรณ อยู่บ้านรั้วใหญ่ ได้นางเทพทองซึ่งอยู่ท่าสิบเบี้ย เป็นภริยา มีลูกชายด้วยกันคนหนึ่งชื่อขุนช้าง ศีรษะล้านตั้งแต่เกิด เมื่อขุนช้างยังเล็ก ขุนศรีวิชัยพาเข้าเฝ้าถวายตัว สมเด็จพระพันวษาทรงรับไว้แต่มอบให้ขุนศรีวิชัยเลี้ยงไว้ก่อน

          3. พันศรโยธา เป็นพ่อค้า ได้นางศรีประจัน บ้านอยู่ท่าพี่เลี้ยง เป็นภริยา มีลูกสาวชื่อพิมพิลาไลย รูปร่างหน้าตางดงามมาก ต่อมาเปลี่ยนชื่อว่า วันทอง

          ทั้งพลายแก้ว ขุนช้าง และพิมพิลาไลย เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กในเมืองสุพรรณ

          พระพันวษา มีในพระราชพงศาวดารเหนือ พระนามว่า “พระพรรษา” เป็นราชบุตรพระยาพาน ต่อมาได้เสวยราชย์เมืองนครชัยศรี (ที่ อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม) อยู่ลุ่มน้ำท่าจีน ในเขตรัฐสุพรรณภูมิ

          เมื่อพระราชารัฐสุพรรณภูมิเสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาคำบอกเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผนก็ติดตัวชาวสุพรรณภูมิไปอยู่อยุธยาด้วย (พร้อมวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น สำเนียงเหน่อ) พระพันวษาก็กลายเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา

          ขอให้สังเกตว่าในเสภาขุนช้างขุนแผน เหมือนยกพระพันวษาจากสุพรรณภูมิเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา หรือจะย้ายกลับสุพรรณภูมิก็ไม่เสียหายสาระสำคัญของเรื่อง

          แต่ทั้งหมดที่บอกมานี้ ไม่ถือเป็นยุติ

} else {