มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2556

         

          สภาปฏิรูปการเมืองของนายกรัฐมนตรี เริ่มเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยด้วยคณะทำงาน 3 กลุ่ม คือ

          1. กลุ่มการเมือง 2. กลุ่มเศรษฐกิจ และ 3. กลุ่มสังคม (ซึ่งรวมปัญหาการศึกษา, แรงงาน, สังคม, วัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อม, หรือเรื่องอื่นๆ ที่ยังไม่ครอบคลุม)

          การเมืองกับเศรษฐกิจของไทยจะก้าวหน้าอย่างมั่นคงจริง รัฐบาลต้องปฏิรูปการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (ซึ่งอยู่ในกลุ่มสังคมของการปฏิรูปประเทศไทย) ให้แข็งแรงควบคู่กันไปด้วยอย่างเร่งด่วน เพราะปล่อยปละละเลยจนล้าหลังมานานมาก

          ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นรวมอยู่ในกลุ่มวิชาสังคมตามหลักสูตรโรงเรียนทั่วประเทศของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องนี้ผมรู้จากครูผู้สอนกลุ่มหนึ่งในโรงเรียนต่างจังหวัด แล้วยังบอกอีกว่าครูผู้สอนวิชานี้มีวิสัยทัศน์ต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

          ส่วนที่ไม่ปกติ ก็คือโรงเรียนส่วนมากไม่มีกิจกรรมเรื่องนี้ เพราะเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ เลยไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง? แล้วไปต่อยังไง? ไปไม่เป็น ผู้บริหารโรงเรียนมักปล่อยตามยถากรรม เพราะตัวเองต้องวุ่นอยู่กับงานในหน้าที่คือ“ประชุม-รับแขก-แดกเหล้า”

          ปัญหาอย่างนี้มีจริงหรือไม่? ผมไม่ยืนยัน เพราะไม่เคยพบด้วยตัวเอง แต่ที่พบบ่อยคือไม่มีประวัติความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นต่างๆ เคยพยายามติดต่อขอจากครูโรงเรียนบางโรงในหมู่บ้าน ก็ไม่ได้ผล เพราะไม่มี

          ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำให้รู้จักตนเอง รู้จักคนอื่น และรู้ภูมิสังคมบ้านเกิดเมืองนอนของตน จะทำให้กำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนได้ตามต้องการ แต่ผลพลอยได้สำคัญคือกระตุ้นการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ให้ท้องถิ่นได้ดียิ่ง

          องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นก็ไม่มีประวัติความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นตน มีแต่บางแห่งรีบสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น (เพื่อรีบใช้งบประมาณที่มี) เสร็จเรียบร้อยนานแล้ว แต่ปล่อยว่างร้างอยู่เพราะไม่รู้จะจัดแสดงอะไร? ยังไง? ไม่มีเนื้อหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ไม่เคยทำไว้ เพราะไม่เคยรู้

          กศน. (การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) มีกระจายทั่วประเทศ และมีความสำคัญมากต่อการศึกษาของชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น

          แต่แล้วก็ไม่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่รับผิดชอบอีกเหมือนกัน

          ห้องสมุดประชาชนในความดูแลของ กศน. ไม่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะไม่รู้จะหาจากไหน? ทำเองก็ไม่ได้ เพราะไม่เคยอ่าน

          หนังสือที่มักยกอ้างว่ามีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นชื่อ “วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัด—–” (โดยคณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒)

          แต่เป็นหนังสือที่ไม่มีใครอ่าน เพราะเล่มหนา แล้วเป็นภาษาทางการชั้นสูงปรี๊ด อ่านไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง

          กระทรวงวัฒนธรรมเกี่ยวข้องโดยตรงเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คุณปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงฯ เคยให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมทำเรื่องนี้ แต่หายเงียบนานแล้ว คงเหลวแน่ เพราะนายเกษียณอายุเดือนหน้า

          รมต.วัฒนธรรมประกาศจะผลักดันเป็นกระทรวงกึ่งเศรษฐกิจ ตรงนี้ถ้าไม่ใช่แค่สร้างภาพ แต่จะทำจริงก็ยิ่งต้องเร่งรัดปูพื้นฐานด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

          เพราะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้มีผลิตภัณฑ์โอทอปคุณภาพ และเป็นตัวผลักดันสำคัญให้เกิดท่องเที่ยวสร้างสรรค์