มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2556

          ชัยนาท ในชื่อ จ. ชัยนาท มีชื่อดั้งเดิมเริ่มแรกสุดว่า ชัยสถาน อย่างน้อยตั้งแต่ พ.ศ. 1951 (แต่ที่จริงมีก่อนแล้ว)

          พบชื่อนี้ในจารึกลานทอง วัดส่องคบ (จารึกหลักที่ 48) เขียนด้วยอักษรขอม (เขมร) เป็นภาษาไทยว่า“กรุงไชยสถาน”

          ความรู้อย่างนี้ และอีกหลายอย่างในเรื่องเหล่านี้ ผมได้จาก อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร (คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร) และ อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (คณะมนุษยศาสตร์ ม. รามคำแหง)

          พ.ศ. 1951 ที่มีชื่อชัยสถาน ขณะนั้นสุพรรณบุรี, อยุธยา, สุโขทัย ยังไม่รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

          รัฐสุพรรณภูมิ มีกษัตริย์พระนาม เจ้านครอินทร์ แล้วมีอำนาจเหนือรัฐสุโขทัยพร้อมกันด้วย ส่วนรัฐอโยธยา มีกษัตริย์พระนาม พระรามราชา (เชื่อกันว่าเป็นเชื้อวงศ์รามาธิบดีแห่งละโว้)

          จารึกลานทอง วัดส่องคบ ระบุชื่อ 2 รัฐ คือ รัฐศรีสุพรรณภูมิ กับรัฐศรีอโยธยา แสดงว่าเจ้านายและขุนนางทั้ง 2 รัฐ เป็นเครือญาติอุปถัมภ์กัน แล้วทำบุญร่วมกันที่วัดส่องคบแห่งนี้

          วัดส่องคบ มีก่อน พ.ศ. 1951 และต้องเป็นวัดสำคัญมากในยุคนั้น (ปัจจุบันสร้างใหม่บนบริเวณดั้งเดิม) อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก (ฝั่งเดียวกับวัดพระบรมธาตุ) แต่อยู่ฝั่งใต้แม่น้ำน้อย ไม่ไกลจากเขื่อนเจ้าพระยา และใกล้ถนนสายชัยนาท-สิงห์บุรี

          กรุงชัยสถาน (หรือเมืองชัยนาทเก่า) เริ่มมีเมื่อไรไม่พบหลักฐาน แต่น่าจะมีขอบเขตสองฝั่งต้นทางแม่น้ำน้อย ยังมีชื่อบ้านท้ายเมืองเป็นพยานถึงทุกวันนี้ โดยฝั่งเหนืออยู่บริเวณวัดพระบรมธาตุ ฝั่งใต้อยู่บริเวณวัดส่องคบ

          (แม่น้ำน้อย มีต้นทางแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งขวา ฟากทิศตะวันตก เหนือเขื่อนเจ้าพระยา)

          กรุงชัยสถาน ได้ชื่อใหม่ว่า เมืองชัยนาท (หรือเมืองชัยนาทบุรี) หลัง พ.ศ. 2006

          เพราะเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นไปครองเมืองสองแคว (ที่ล้านนาเรียกเมืองชัยนาท) เมื่อ พ.ศ. 2006 แล้วโปรดให้เปลี่ยนนามเป็นเมืองพิษณุโลก ทำให้นามชัยนาทย้ายลงไปเป็นนามกรุงชัยสถาน ว่าเมืองชัยนาท หรือเมืองชัยนาทบุรี นับแต่ครั้งนั้น

          เมืองชัยนาทที่ชัยสถาน (ต้นทางแม่น้ำน้อย) มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการเมืองของรัฐ 3 แห่ง คือ รัฐสุพรรณภูมิ, รัฐอโยธยา, รัฐสุโขทัย มีหลักฐานโบราณคดีอยู่เต็มพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี และยังอยู่กับสถานที่โดยรอบทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ลุ่มน้ำท่าจีน, และลุ่มน้ำน้อย

          วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มีสถูปเจดีย์ โบสถ์ วิหาร ก่ออิฐถือปูนมั่นคงแข็งแรงนับร้อยนับพันปี แต่ชุมชนบ้านเรือนราษฎรยุคก่อนๆทำด้วยไม้ไผ่ ผุพังง่าย (เรือนเจ้านายขุนนางเท่านั้นทำด้วยไม้เนื้อแข็ง) จึงไม่เหลือหลักฐาน

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ตั้งอยู่ที่วัดพระบรมธาตุ จ. ชัยนาท ควรเป็นแหล่งจัดแสดงประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรม บอกความเป็นมาของเมืองชัยนาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัดโดยตรง เพราะเป็นศูนย์กลางชุมชนเมืองยุคนั้น

          ทุกวันนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมีคนเข้าชมไม่มาก หรือบางวันไม่มีเลย เพราะไม่มีคนรู้จัก ถึงรู้จักก็ไม่อยากเข้าชม เพราะชมไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นที่รู้ทั่วกัน

          ถ้าปรับให้จัดแสดงชื่อบ้านนามเมืองประวัติความเป็นมาของบ้านเมืองที่พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่นั้น อย่างน้อยก็เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ครูกับนักเรียนมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วพร้อมกันนั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวชัยนาทและมาจากที่อื่นๆด้วย

          หากยังรักจะอยู่กับสังคมอย่างมีส่วนร่วม ก็ต้องปรับตัวเองรับใช้สังคม

          ถ้าไม่ทำ หรือทำไม่ได้ สังคมก็ไม่รับรู้ว่าจะยังมีอยู่หรือจะไปไหน?document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);