มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2556

 

           หลวงพ่อทอง (หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์) พระประธานในโบสถ์วัดพระบรมธาตุ ชัยนาท มีรอยแยกแตกร้าวตั้งแต่เศียรลงไปถึงองค์พระพุทธรูป

           ลักษณะพระประธาน ปางมารวิชัย ในสกุลช่างอู่ทอง ยุคต้นอยุธยา ราว พ.ศ. 2000 หรือก่อนหน้านั้นขึ้นไป

           ญาติโยมวัดพระบรมธาตุ เล่าว่าความชื้นสะสมตั้งแต่คราวน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554 กับเหตุอื่นๆอีกหลายอย่าง ทำให้หลวงพ่อทองมีรอยแยกแตกร้าวจนเห็นแล้วน่ากลัว ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอันตรายแยกเป็นชิ้นๆพังลงมา

           ท่านประธานฯ ขรรค์ชัย บุนปาน รู้เรื่องนี้เมื่อไปงานข่าวสดปลูกต้นไม้ เลยตั้งใจจะทำบุญบูรณะหลวงพ่อทองให้สมบูรณ์คงเดิม จึงบอกให้ผมเอารถตู้เกาหลีฮุนไดไปสำรวจตรวจสอบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่เกี่ยวข้อง

           เช้าวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม ผมชวน อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (คณะมนุษยศาสตร์ ม. รามคำแหง) กับคุณพันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร (กอง บ.ก. นิตยสารโปสการ์ด) ไปช่วยอธิบายให้ผมฟังเรื่องความรู้ประวัติศาสตร์โบราณคดีลุ่มน้ำน้อย กับลุ่มน้ำท่าจีน

           โดยนั่งรถตู้จากกรุงเทพฯเข้าสุพรรณ ผ่านทางเข้าบึงฉวาก (อ. เดิมบางนางบวช) เลยไปถึงเชิงสะพานข้ามเจ้าพระยาที่ จ. ชัยนาท แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนเลียบแม่น้ำไปทางเขื่อนเจ้าพระยา (ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไป จ. อุทัยธานี) เลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึงทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้าย

           วัดพระบรมธาตุ ชัยนาท อยู่ฝั่งขวาแม่น้ำเจ้าพระยาตรงที่เป็นหัวมุมด้านเหนือของแม่น้ำน้อย (ที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา) ไหลลงทิศใต้ไปสิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา

           นักประวัติศาสตร์โบราณคดีเชื่อถือและรับรองกันมาแต่ไหนแต่ไรว่าบริเวณวัดพระบรมธาตุ คือศูนย์กลางของเมืองชัยนาท(เก่า) ยุคต้นอยุธยา ก่อน พ.ศ. 2000 ที่เติบโตขึ้นแทนที่เมืองสรรค์บุรี (ที่ อ. สรรค์บุรี จ. ชัยนาท) เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าที่ขนส่งผ่านทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย

           หลังจากนั้นอีกนานความสำคัญถึงย้ายขึ้นไปอยู่บริเวณเมืองมโนรมย์ แล้วเติบโตเป็นเมืองชัยนาทปัจจุบัน

           “ชัยนาท” เป็นชื่อในตำนานล้านนาเรียกเมืองสองแคว (ริมแม่น้ำน่าน) ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็นเมืองพิษณุโลก หลังจากนั้นชื่อชัยนาทถูกโอนมาเป็นชื่อเมือง(ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) ปากทางแม่น้ำน้อย

           ออกจากวัดพระบรมธาตุ ชัยนาท ก็แวะสำรวจเมืองสรรค์บุรี ริมแม่น้ำน้อย (พบ อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร พานักศึกษาไปศึกษานอกสถานที่ 2 คันรถบัส จากภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผมพลอยตามรอยความรู้ไปด้วยห่างๆ)

           เสร็จแล้วออกจากเมืองสรรค์บุรีตอนบ่ายแก่ๆ ผ่านบึงฉวาก แต่หลงทางไป อ. ด่านช้าง สุพรรณบุรี ต้องติดฝนห่าใหญ่อยู่ในปั๊ม ปตท. ที่ อ. ดอนเจดีย์ ต่อจากนั้นลงไปทาง อ. อู่ทอง ออกไป อ. บางเลน จ. นครปฐม

           ค่ำแล้วรถติดแหง็กอยู่บนถนนสายสุพรรณบุรี-บางบัวทอง มองไม่เห็นอนาคต  เพราะฝนตกและรถติดยาวเมื่อบรรดาคนทำงานหยุดลองวีกเอ็นด์ กลับ กทม. เวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เลยพัวพันพังเพไปด้วยกัน}