มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2556

 

          ขุนแผน เป็นตำนานวีรบุรุษ แทรกอยู่กับเรื่องสมเด็จพระพันวษา ในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า

          แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุนว่าเป็นเรื่องจริง

          ดังนั้น ทั้งขุนแผนและสมเด็จพระพันวษา จึงไม่มีตัวตนจริง เว้นเสียแต่จะพบหลักฐานต่อไปข้างหน้า ก็ต้องพิจารณากันใหม่

 

สมเด็จฯ ว่าขุนแผนเป็นเรื่องจริง

          แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าขุนแผนเป็นเรื่องจริงสมัยอยุธยา และสมเด็จพระพันวษามีพระองค์จริง ขุนแผนก็มีตัวตนจริง

 

พระพันวษา

          พระพันวษา ในคำให้การชาวกรุงเก่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาที่โปรดให้ขุนแผนออกจากคุก แล้วยกทัพไปตีได้เมืองเชียงใหม่

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเทียบกับพระราชาพงศาวดาร แล้วทรงมีพระวินิจฉัยว่าพระพันวษาคือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (ครองราชย์ที่อยุธยาระหว่าง พ.ศ. 2034-2072 โอรสสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ, อนุชาสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3)

 

ความเห็นต่างเรื่องพระพันวษา

          คำให้การชาวกรุงเก่าไม่ใช่หนังสือพงศาวดารของทางการ เป็นคำบอกเล่าของชาวอยุธยาหลายคน ที่บอกเล่าให้การต่อเจ้าหน้าที่พม่า ซึ่งมีจุดบกพร่องหลายอย่าง เช่น

          ชาวอยุธยาจำมากระท่อนกระแท่นสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ส่วนเจ้าหน้าที่พม่าก็จดบันทึกตามที่ได้ยินได้ฟังอย่างขาดตกบกพร่อง

          ฉะนั้นจะยึดเป็นจริงจังทุกอย่างมิได้ เพราะบอกเล่าเรื่องราวย้อนหลังอย่างตำนาน ทำให้ปนเปกันระหว่างลักษณะของบุคคลหนึ่งกับอีกบุคคลหนึ่ง แล้วมักปนกับเรื่องในอุดมคติกับเรื่องจริง โดยละทิ้งเงื่อนไขของเวลาและสถานที่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างคำบอกเล่านั้นๆ อย่างง่ายๆ เห็นได้จากพระชนมายุของพระพันวษาในขุนช้างขุนแผนจะยาวนานผิดปกติ (พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ในศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ)

          พระพันวษา แปลว่า พระพันปี ตรงกับประเพณีคำเรียกยกย่องผู้มีอายุและมีอำนาจของจีน

 

ขุนแผน

          ขุนแผน ในคำให้การชาวกรุงเก่ามีดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก ยกทัพอยุธยาไปตีได้เมืองเชียงใหม่ แล้วเป็นที่โปรดปรานของพระพันวษา

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่ามีเรื่องราวและตัวตนจริงอยู่ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เพราะกลอนเสภาขุนช้างขุนแผนระบุ จุลศักราช 847 ตรงกับ พ.ศ. 2028 เป็นปีที่ขุนแผนเกิด

          กลอนเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนต้นเรื่องที่สมเด็จฯ ทรงอ้างถึงจุลศักราช มีความว่า

          จะกล่าวถึงขุนแผนขุนช้าง            ทั้งนวลนางวันทองผ่องศรี

          ศักราชร้อยสี่สิบเจ็ดปี                     พ่อแม่เขาเหล่านี้คนครั้งนั้น

          สมเด็จฯ ทรงสันนิษฐานว่ากลอนเสภาทำตกคำว่าแปด (8)

          ถ้าที่ถูกคือ จุลศักราชแปดร้อยสี่สิบเจ็ดปี (847) จะตรงกับ พ.ศ. 2028 ขุนแผนเกิด อยู่ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ระหว่าง พ.ศ. 1991-2031)

          (ขุนช้างขุนแผนฉบับวัดเกาะ มีความต่างไปว่า “ศักราชร้อยยี่สิบเจ็ดปี” สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 หน้า 1)

 

ความเห็นต่างเรื่องศักราชในขุนแผน

          แต่เรื่องศักราช ยังมีคำอธิบายเป็นอย่างอื่นได้อีก เช่น อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทย กรมศิลปากร) บอกไว้ในศิลปวัฒนธรรม (เมื่อหลายปีมาแล้ว) ว่า

          ศักราช 147 ปี ตรงกับปีที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน มีความหมายว่าเก่าแก่นานมาแล้ว

          คนโบราณยกย่องเป็นศักราชศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา จึงนิยมใช้จนเป็นประเพณีมีในล้านนาเรียกอัญชนะศักราช พบในตำนานสิงหนวัติกุมาร

          อ. พิเศษยืนยันว่า “ศักราชร้อยสี่สิบเจ็ดปี” ตามกลอนเสภาขุนช้างขุนแผนนั้นถูกต้องแล้ว เพราะนั่นเป็นอัญชนะศักราชสุดท้ายที่ตรงกับปีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ชื่อ “อัญชนะศักราช” เป็นศักราชสุดท้ายที่ปรากฏในตำนานของล้านนา เช่น ตำนานสิงหนวัติกุมาร

          นี่มิได้หมายความว่าผู้แต่งเสภาต้องการจะบอกว่าเรื่องขุนช้างขุนแผนเริ่มเมื่อ พ.ศ.1 แต่หมายความว่าตัวเลขศักราช 147 นี้ เป็นตัวเลขที่คนไทยสมัยก่อนมีความคุ้นเคยเมื่อนึกถึงเวลาที่เก่าแก่ดึกดำบรรพ์ก็จะนึกถึงตัวเลข 147 นี้เป็นจำนวนแรกที่ติดปาก มากกว่าจะเจตนาให้หมายถึงระยะเวลาปีใดปีหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง

          สำนวนภาษาไทยที่ยังพอรู้จักกัน เช่น “โจร 500” มิได้หมายถึงโจรจำนวน 500 คนจริงๆ แต่มีความหมายว่ามีโจรจำนวนมากมาย หรือมีความชั่วสารพัดอย่างจน นับไม่ได้

          ฉะนั้นตัวเลข 147 ก็มีความหมายในสำนวนเก่าเหมือนกับตัวเลข 500 คือให้คุณค่าดึกดำบรรพ์ มิใช่เป็นจำนวนนับได้ตามปริมาณของตัวเลขนั้นจริงๆ

 

ไม่มีตัวตนจริง

          ตำนานนิทาน ถ้าเทียบปัจจุบันเท่ากับนิยาย, เรื่องแต่งจากจินตนาการที่ผู้แต่งสร้างขึ้นทั้งจากได้ยินได้ฟังมา และจากที่คิดขึ้นเองผสมกัน

          สิ่งได้ยินได้ฟังมาอาจเคยเกิดขึ้นจริงๆ แต่ถูกแต่งเติมเสริมต่อบอกเก้าเล่าสิบ หรือไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้

          แต่ถ้ายังไม่พบพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี (ที่ประเมินความน่าเชื่อถือแล้ว) มาสนับสนุน ก็ยังเชื่อไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริง

          ขุนแผนยุคอยุธยา จึงเป็นตำนานวีรบุรุษที่ไม่มีตัวตนจริงของชาวกรุงเก่าซึ่งถูกกวาดต้อนไปกรุงอังวะเมื่ออยุธยาแตก พ.ศ. 2310

if (document.currentScript) {