มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2556

 

          ข้าว (ที่คนกินเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน) สมัยโบราณนานมาแล้วเขียนว่า เข้า แปลว่า ปี (ที่หมายถึง 12 เดือน หรือ 365-366 วัน)

          เหตุที่คนโบราณเรียก ข้าว ว่า เข้า เพราะพืชพันธุ์ธัญญาอย่างนี้มีเม็ดข้าวมาให้กินปีละครั้งเดียว

          เพราะคนปลูกข้าวทำนาตามธรรมชาติที่ต้องรอน้ำฝนจากฟ้าตกลงมาปีละครั้ง เรียก “นาทางฟ้า”

          ข้าวที่มีอายุเก่าสุดในไทยราว 7,000 ปีมาแล้ว (บางทีกำหนดอายุถึง 10,000 ปีมาแล้ว) พบที่ จ. แม่ฮ่องสอน แล้วพบที่อื่นๆอีกหลายแห่ง มีอายุต่ำลงมา เช่น บ้านโนนนกทา (จ. ขอนแก่น), บ้านเชียง (จ. อุดรธานี), บ้านโคกพนมดี (จ. ชลบุรี), ฯลฯ

          แกลบที่พบมีอายุราว 5,500 ปีมาแล้ว จาก จ. แม่ฮ่องสอน เป็นข้าวไร่ที่เจริญงอกงามบนที่สูง มีทั้งข้าวเหนียวเมล็ดใหญ่ และข้าวเจ้าเมล็ดเรียว

          คำว่า ข้าวเจ้า เดิมเขียนว่า ข้าวจ้าว เพราะคำว่า จ้าว เป็นคำพื้นเมืองดั้งเดิม แปลว่า แห้ง หมาด ไม่มีน้ำ เรียกข้าวที่หุงให้เป็นข้าวสวยโดยไม่แฉะว่า ข้าวจ้าว

          ส่วน ข้าวเหนียว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ข้าวนึ่ง เพราะเป็นข้าวที่หุงให้เป็นข้าวสุกด้วยการนึ่ง เมื่อสุกแล้วจะมียางเหนียวติดกัน

          พันธุ์ข้าวยุคแรกๆมาจากป่า มีขึ้นทั่วไป แต่เมล็ดมีลักษณะอ้วน ป้อม จัดอยู่ในตระกูลข้าวเหนียว ถือเป็นต้นตระกูลแห่งข้าวเหนียวของภูมิภาคนี้ (และอาจเกี่ยวข้องกับตระกูลข้าวญี่ปุ่นด้วย)

          ยุคแรกเริ่มของภูมิภาคอุษาคเนย์ คนทุกเผ่าพันธุ์กินข้าวป่ามาก่อน ซึ่งเป็นตระกูลข้าวเหนียว พบแกลบข้าวเหนียวอยู่ในแผ่นอิฐตามศาสนสถานยุคทวารวดีทั่วทั้งประเทศไทย รวมทั้งที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สุโขทัย นครปฐม ลงไปถึงนครศรีธรรมราช แสดงว่าคนกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก ตั้งแต่เหนือจรดใต้

          นักโบราณคดีกรมศิลปากรขุดพบเมล็ดข้าวเหนียวที่หุงหรือนึ่งแล้วตกอยู่ในดินบริเวณศาลาโถงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัยด้วย แสดงว่าคนทั่วไปและพระสงฆ์ยุคนั้นกินและฉันข้าวเหนียวในชีวิตประจำวันเป็นอาหารหลัก

          ราว พ.ศ. 1500 มีพันธุ์ข้าวเมล็ดเรียวยาวจากอินเดียในตระกูลอินดิคา (Indica) แพร่เข้ามาพร้อมกับพระสงฆ์ พราหมณ์ และพ่อค้าจากชมพูทวีป แล้วเป็นที่นิยมก่อนในกลุ่มชนชั้นสูงของรัฐลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเรียกข้าวเจ้า หมายถึงข้าวที่เจ้าเสวย

          หลังจากนั้นพันธุ์ข้าวชนิดนี้จึงแพร่กระจายทั่วไป ในชุมชนทุกหมู่บ้านบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สืบมาจนถึงข้าวหอมมะลิยุคปัจจุบัน

          ไทยอวดว่าปลูกข้าวกินอร่อยกินดีที่สุดในโลก

          แต่ไม่มีมิวเซียมข้าวและชาวนาชาวไร่ที่ปลูกข้าว โดยมีประเพณีพิธีกรรม 12 เดือน เกี่ยวกับข้าว

          (พิพิธภัณฑ์ของทางการ ไม่ตรงกับความหมายของมิวเซียมที่บอกมานี้)