มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2556

 

          baccazine เป็นชื่อนิตยสารศิลปะเพื่อประชาชน (แจกฟรี รายสามเดือน) ของ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

          ผมไม่เคยรู้ และไม่เคยเห็น จึงไม่เคยอ่าน

          เมื่อเร็วๆนี้มีผู้รับแจกฟรีมาฝากให้อ่าน เพื่อเพิ่มสติปัญญาความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมให้ตัวเองบ้าง

          แต่ตัวอักษรทั้งเล่มขนาดเล็กจิ๋วมากๆ เลยต้องจ้างร้านถ่ายสำเนาขยายตัวโตขึ้นเพื่ออ่านสะดวกตามสมควร

          อ่านแล้วตื่นเต้นเป็นธรรมดา เพราะไม่เคยได้ยินศิลปินละแวกหน้าพระลานคิดดีๆอย่างนี้ จะขอคัดมาแบ่งปันเผยแพร่ให้กว้างขวางออกไปอีก ดังนี้

          “ศิลปะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับประชาชนให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า ‘ทำกันเอง ดูกันเอง’ ดังที่ผ่านๆมา”

          อ. อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกไว้ แล้วบอกเพิ่มอีกว่า

          “ศิลปะสะท้อนสังคม สะท้อนเมือง สะท้อนวิถีชีวิต รวมทั้งอนาคตด้วย” “ศิลปะสะท้อนอนาคตมาหกสิบเจ็ดสิบปีแล้ว แต่มันไม่ส่องไม่สะท้อนอะไรสักที” “ศิลปินตอนนี้กลายเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ทำกันเอง ดูกันเอง – – -”

          “งานบางอย่างไม่ต้องอยู่ในหอศิลป์ได้มั้ย เข้าไปในชุมชนได้มั้ย”

          “การทำงานศิลปะกับชุมชนนั้น เราต้องเข้าใจว่าความรู้ความเข้าใจศิลปะของชุมชนต่างกับเรา เขาอาจจะคุ้นเคยกับความเข้าใจว่าศิลปะอาจจะอีกอย่างหนึ่ง เราต้องเรียนรู้และเข้าใจเขาด้วย เมื่อเข้าใจก็จะเกิดการแลกเปลี่ยน – – -”

          จะคิดนอกกรอบออกไปนอกกำแพงวังกับกำแพงวัด เพื่อเข้าถึงคนและชุมชนได้ ต้องเป็นคนมีพลังสร้างสรรค์สูงมาก ถึงจะทะลุทะลวงทลายออกข้างนอกได้

          เพราะละแวกหน้าพระลาน ท่าช้างวังหลวง มีกรอบเก่าๆ แต่แข็งแกร่งมาก ดูได้จากประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย มีแต่วังกับวัด โดยไม่มีคนและชุมชนหมู่บ้าน

          (แฟชั่นจิตรกรรมร่วมสมัยเกี่ยวกับพุทธ ส่วนมากจะเป็นพุทธแบบวังๆ วัดๆ ที่ท่องพระไตรปิฎก)

          คนและชุมชนหมู่บ้านต่างหากสร้างวังกับวัด แต่กลับถูกไล่ที่ทำวังกับวัด แล้วยังถูกริบพื้นที่จากประวัติศาสตร์แห่งชาติและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

          ถ้าไม่ทลายกรอบจารีตนิยม อนาคตก็ยังต้อง “ทำกันเอง ดูกันเอง” ทั้งงานศิลปะและงานวัฒนธรรม รวมถึงประวัติศาสตร์กับพิพิธภัณฑ์} else {