มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2556

 

          คนพวนที่ จ. ปราจีนบุรี ในหนังสือของทางการบอกไว้คลาดเคลื่อน ว่าถูกกวาดต้อนจากเมืองสกลทวาปี (จ. สกลนคร) เมื่อ พ.ศ. 2370 จะคัดมาให้อ่านก่อน ดังนี้

          “กลุ่มชาวไทยพวนซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากเมืองสกลทวาปี (จังหวัดสกลนคร) เมื่อ พ.ศ. 2370 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

          อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ ที่ตำบลโคกปีบ

          และอำเภอศรีมหาโพธิ ที่ตำบลดงกระทงยาม

          (จากหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดปราจีนบุรี, คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 หน้า 14)

          แต่ไม่พบหลักฐานสนับสนุนข้อความที่ทางการอ้างไว้

          พบแต่ร่างสารตราเจ้าพระยาจักรีฯ ว่าคนพวน จ. ปราจีนบุรี ถูกกวาดต้อนจากเมืองหนองคาย และเมืองหนองหาร (อุดรธานี) เมื่อ พ.ศ. 2380

          ไม่มีชื่อสกลทวาปี (จ. สกลนคร)

          คนพวนกลุ่มหนึ่งจากเวียงจันและบริเวณสองฝั่งโขง ถูกกวาดต้อนสมัย ร.3 คราวศึกเจ้าอนุเวียงจัน (เมื่อ พ.ศ. 2369) ให้ลงไปตั้งบ้านเรือนหลักแหล่งใหม่อยู่บริเวณป่าดงทางตะวันออกของกรุงเทพฯ ตั้งแต่นครนายก, ปราจีนบุรี, จนถึงฉะเชิงเทรา (มีคนพวนกลุ่มอื่นถูกกวาดต้อนไปตั้งหลักแหล่งที่อื่นๆอีกหลายแห่ง)

ศาลาแบ่งปัน เป็นชื่อหนังสือรวบรวมเอกสารประกอบนิทรรศการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่ศาลามโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี โดยได้รับการสนับสนุนทุนพิมพ์แบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะจาก 1. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม 2. มูลนิธิเอสซีจี และ 3. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ไม่มีวางขาย แต่มีแบ่งปันที่ www.sujitwongthes.com/srimahosot และสอบถามที่ศาลามโหสถ

          เฉพาะเขตดงศรีมหาโพธิ์ ให้ตั้งบ้านเรือนตั้งแต่ลำน้ำปราจีนบุรี ที่ต่อไปจะได้ชื่อ อ. ศรีมหาโพธิ, อ. ศรีมโหสถ (จ. ปราจีนบุรี)

          กระจัดกระจายต่อเนื่องถึงเขตดงยาง บริเวณลำน้ำท่าลาด ที่ต่อไปจะได้ชื่อ อ. พนมสารคาม (จ. ฉะเชิงเทรา)

          นอกจากนั้นยังมีลาวอีกกลุ่มหนึ่งไปตั้งบ้านเรือนอยู่ อ. พนัสนิคม (จ. ชลบุรี)

          หลังศึกเจ้าอนุเวียงจัน มีคนพวนในลาวและในอีสานรับรู้ถึงหลักแหล่งใหม่ของคนพวนในไทย ว่าทำมาหากินราบรื่นดี ก็พากันทยอยเคลื่อนย้ายอย่างสมัครใจมาอยู่ร่วมเครือญาติด้วยกับพวกอยู่มาก่อน คนพวนก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน แล้วสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงส่งข่าวถึงกัน

          ร่างสารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่องส่งครัวเมืองพวน เมืองเวียงจันฯ พ.ศ. 2380 ระบุชัดเจนว่า “ครัวพวนครัวเวียงจัน” จากเมืองหนองคาย และเมืองหนองหาร (คือ อุดรธานี) “ให้ลงทางเมืองปราจีนบุรี”

          ติ๊ดตี่ วิราวรรณ นฤปติ (นักค้นคว้าอิสระ) ตรวจพบร่างสารตราเจ้าพระยาจักรีฯฉบับนี้ในหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร แล้วขอถ่ายสำเนามาศึกษาด้วยความอดทนและมานะพยายามอย่างยิ่งยวดยืดเยื้อยาวนานแสนสาหัส

          อ. ด้วง ประภัสสร์ ชูวิเชียร (คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) กรุณาถ่ายถอดความและทำเชิงอรรถอธิบายเพิ่มเติม

          ผมจัดพิมพ์รวมไว้ในหนังสือศาลาแบ่งปัน แล้วให้เอาขึ้นเว็บไว้ด้วย ช่วยเอาไปใช้งานตามต้องการและตามสบาย