มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2556

 

          มิวเซียมในโลกนี้ ของบรรดาประเทศก้าวหน้าที่พัฒนานานแล้ว ต่างเก็บรักษาของเก่ามาจัดแสดง เพื่อทำหน้าที่อย่างน้อย 2 เรื่อง ควบคู่ไปในคราวเดียวโดยไม่ขัดแย้งกัน แต่กลับสร้างความสำเร็จงดงามทั้งคุณค่าและมูลค่า คือ

          1. แหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ 2. แหล่งท่องเที่ยวอย่างทันสมัย

คนของประเทศนั้น และนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ก็แห่ไปจ่ายเงินค่าเข้าชมมิวเซียมอย่างทันสมัย แล้วได้ความรู้อย่างรื่นรมย์

          ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย เก็บรักษา“ของเก่า”มาจัดแสดงเป็นแกนหลักอย่างเคร่งครัด แล้วไม่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนพลเมืองทั่วไป

          ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแบบแผนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่สืบทอดมรดกจากยุคล่าอาณานิคม(ของเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส) เมื่อศตวรรษที่แล้ว

          ที่เห็นว่าโบราณศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นผลงานของอารยชนที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว ไม่ใช่ผลงานของพวกคนพื้นเมืองปัจจุบัน

          ดังนั้น คนทั่วไปไม่มีสติปัญญาจะดูสิ่งที่จัดแสดงรู้เรื่องหรอก นอกจากนักปราชญ์ราชบัณฑิตและเจ้าอาณานิคมเท่านั้น

          รมต. กระทรวงวัฒนธรรม สนองนโยบายเที่ยวทั่วไทยของรัฐบาล ด้วยการสั่งให้กรมศิลปากร พัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2556 หน้า 22)

          โดยไม่พูดถึงแหล่งเรียนรู้

          รัฐบาลในอดีตเคยทุ่มเทงบประมาณให้กรมศิลปากร สร้างเพิ่มอาคารใหม่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้งในพระนครและต่างจังหวัด เพื่อพัฒนาให้ทัดเทียมประเทศก้าวหน้าในโลก หวังจะให้เป็นแหล่งเชิดหน้าชูตาและแหล่งท่องเที่ยว แล้วมีพิธีเปิดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯเมื่อ พ.ศ. 2510

          แต่ไม่สำเร็จ เพราะติดกรอบอาณานิคม เลยไม่มีใครดูรู้เรื่อง แล้วไม่อยากเข้าไปดู ไม่ว่าคนไทยเองหรือนักท่องเที่ยวนานาชาติ ดังเห็นและเป็นอยู่ทุกวันนี้ คือผลผลิตจากครั้งนั้น

          หลัง พ.ศ. 2510 ทุกครั้งที่มีรัฐบาลใหม่ (มีบ่อยๆ) แล้วได้รัฐมนตรีใหม่ (ได้บ่อยๆ) มาดูแลกรมศิลปากรและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

          รัฐมนตรีใหม่จะแสดงตนผ่านสื่อด้วยนโยบายเพ้อฝันทำนองเดียวกันหมดแทบจะคัดลอกกันต่อๆมา ว่าจะปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทันสมัยไฮเทค

          รัฐมนตรีบางคนเพ้อเจ้อถึงเทคโนโลยีอันเลอเลิศประเสริฐศรี(ที่มองเห็นเงินทอนว่อนไป)

          แต่ไม่เคยสำเร็จ

          คราวนี้ก็เหมือนที่แล้วๆมานั่นแหละ พูดไปเถอะ ไม่มีใครเชื่อหรอก

          แค่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวและคนเข้าชมถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัยในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ยังทำไม่ได้ (มีผู้บอกว่ายกเว้นที่อู่ทอง สุพรรณบุรี ถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย ซึ่งต้องขอบคุณหลายๆ) แล้วจะไปทำอะไรได้

          นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร (และคณะที่ปรึกษาเรื่องนี้) รู้ดีอย่างยิ่งว่าไม่มีทางพัฒนาความเป็น“แห่งชาติ” ของกระทรวงทบวงกรมนี้ให้ก้าวหน้าได้ เลยแก้ลำด้วยการสร้างใหม่ ง่ายกว่า

          ผลออกมาคือ ที.เค. พาร์ค และมิวเซียมสยาม ที่งดงามทุกวันนี้}