มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2556

 

          ชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) น่าเชื่อว่าเดินทางมาถึงดินแดนสยาม ตั้งแต่แรกมีชื่อสุวรรณภูมิช่วงก่อน พ.ศ. 1000 คราวเดียวกับคนกลุ่มอื่นๆในตะวันออกกลาง เช่น ชาวอาหรับ

          พบหลักฐานโบราณคดีหลายอย่างและหลายแห่ง ทั้งที่เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี) เมืองนครชัยศรี (นครปฐม) ลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน ลงไปถึงชุมชนชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น ที่เกาะคอเขา (พังงา), คลองท่อม (กระบี่), ฯลฯ

          วัฒนธรรมเปอร์เซียมีในราชสำนักสยามหลายอย่าง แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยไม่เอ่ยถึง จึงไม่มีคำอธิบาย โดยไม่รู้สาเหตุ

          แต่ผมไม่ฉลาดและขาดประสิทธิภาพจะแสวงหาความรู้เรื่องอย่างนี้ด้วยตนเองได้ เลยพยายามติดตามความเคลื่อนไหวจากผู้รู้ และจากทางการที่เกี่ยวข้อง จนด้นดั้นไปงานอยุธยา-อิหร่าน ที่อยุธยา เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา แล้วเขียนเล่าเรื่องว่า“เขาจัดงานขายของ อย่ามองหาความรู้” (ฉบับวันศุกร์ 24 พ.ค. 2556)

          เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งรับสารจาก อ. เตช บุนนาค (ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร) กรุณาอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับท่านเฉกอะหมัดมาให้รู้เพิ่มอีกดังนี้

          “ผมและพิทยา บุนนาค ได้ต่อต้านการ แผลงและพยายามโยง’ เฉกอะหมัดให้กลายเป็นชาวเมืองกุม เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาของอิหร่านมาหลายปีแล้ว

          เมื่อผมเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศก็เคยยกเรื่องนี้ขึ้นพูดกับทูตอิหร่านสมัยนั้น เขารายงานกลับไปเจ้าสังกัดของเขาที่กรุงเตหะรานซึ่งกรุณาส่งเจ้าหน้าที่ไปถ่ายรูปเมืองกุนีในแคว้นอัสตาราบาด (อยู่ทางใต้ของทะเลสาบแคสเปียน) และส่งมาให้ ผมยังเก็บไว้อยู่เลย

          ผมเห็นด้วยว่าหนังสือเรื่อง มุสลิมผู้นำ ‘ปฐมจุฬาราชมนตรี’ คนแรกในสยาม ของ พิทยา บุนนาค (สำนักพิมพ์มติชน 2548) เป็นหนังสือว่าด้วยเฉกอะหมัด ‘ที่สมบูรณ์ด้วยหลักฐานประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมวัฒนธรรม ระหว่างเปอร์เซียกับอยุธยาที่ดีที่สุดขณะนี้’

          อย่างไรก็ตาม เฉกอะหมัดมิได้เป็น ‘ผู้นำของชาวมุสลิมคนแรกที่พาพรรคพวกเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทย’ ท่านมิได้เป็นผู้นำชาวเปอร์เซียคนแรกด้วยซ้ำ เพราะก่อนที่ท่านจะมาถึงอยุธยา ที่นั่นมีชุมชนชาวเปอร์เซียตั้งรกรากอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

          เมื่อเฉกอะหมัดเดินทางออกจากเมืองกุนี ท่านอาจจะมิได้มีกรุงศรีอยุธยาเป็นจุดหมายปลายทางก็ได้ ท่านเป็นพ่อค้าวาณิชที่เดินทางมาทางตะวันออกกับญาติพี่น้องเพื่อแสวงโชคและก็คงจะหยุดค้าขายตามเมืองต่างๆ ในอินเดียต่อๆ กันมาจนถึงเมืองท่าเมืองใดเมืองหนึ่งชายฝั่งอ่าวเบงกอล

          ตรงนั้นแหละที่ท่านคงจะได้รับรู้เกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่ามีชุมชนเพื่อนร่วมชาติของท่านไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่นก่อนหน้าแล้ว มีโอกาสที่ท่านจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาลองแสวงโชคต่อได้

          ว่าแล้วท่านก็คงลงเรือมาขึ้นที่ทวาย (ทแว) หรือมะริด เดินข้ามภูเขามาเพชรบุรีแล้วลงเรือต่อขึ้นมาจนถึงอยุธยา

          เหตุการณ์หลังจากนั้นเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สยาม

          นี่แหละความรู้ที่คาดหวังจะได้จากงานฉลองความสัมพันธ์ที่อยุธยา แต่ไปแล้วแห้ว เพราะผมตั้งความหวังมากไปเองโดยไม่รู้จักดูตาม้า ตาเรือ

          กราบขอบพระคุณ อ. เตช บุนนาค ที่มีเมตตากรุณาต่อผู้ยากไร้อย่างผมคนนี้เสมอมา จะมิลืมพระเดชพระคุณd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);}