มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2556

 

          พนมดงเร็ก เป็นภาษาเขมร แปลว่า ภูเขาไม้คาน

          เพราะดูจากรูปลักษณ์ทิวเขายาวเป็นพืด ทำแนวตะวันตก-ตะวันออก ขนานไปกับแม่น้ำมูล (ซึ่งมีต้นน้ำเกิดจากทิวเขานี้) คนเขมรแต่ก่อนเลยจินตนาการเทียบว่ายาวเหมือนไม้คาน

          (ไทยเรียกชื่อเพี้ยนไปจะให้เป็นไทย? ว่าพนมดงรัก จึงหาความหมายไม่ได้ เพราะไม่เคยพบดงต้นรักบริเวณนี้)

          อันที่จริงพนมดงเร็กเริ่มตั้งแต่ทิวเขาใหญ่ในภาคกลางของไทย ผ่านเขมร ไปสุดทิวเขาที่แม่น้ำโขงในลาว

          เสมือนเส้นแบ่งภูมิประเทศเป็น 2 ลักษณะ คือ เหนือพนมดงเร็กเป็นที่ราบสูง อยู่เขตไทยในอีสาน และลาว, ใต้พนมดงเร็กเป็นที่ราบลุ่มต่ำ อยู่เขตกัมพูชา ต่อเนื่องถึงที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลางของไทยด้วย (เพราะเป็นผืนเดียวกัน แล้วไม่มีเส้นกั้นอาณาเขตรัฐชาติอย่างปัจจุบัน)

          คนที่มีหลักแหล่งอยู่ในภูมิประเทศ 2 ลักษณะ ส่วนมาก(หรือเกือบหมด)เป็นเครือญาติชาติพันธุ์และชาติภาษาเดียวกัน คือ พูดภาษาเขมร (ในตระกูลภาษามอญ-เขมร)

          บางทีเรียกกันทั่วไปตามลักษณะภูมิประเทศ ว่าพวกอยู่ที่ราบสูงเป็นเขมรสูง หรือแขมร์เลอ พวกอยู่ที่ราบลุ่มต่ำเป็นเขมรต่ำ หรือแขมร์กรอม

          แต่ทั้งหมดเป็นพวกเดียวกัน คือเขมร หรือกัมพูชา มีความสัมพันธ์ทางสังคมวัฒนธรรมเดียวกัน โดยผ่านช่องเขาซึ่งเป็นที่รู้ทั่วกันว่ามีมาก ถ้านับรวมทั้งช่องใหญ่ช่องน้อยก็เป็นร้อยช่อง แล้วใช้เป็นเส้นทางคมนาคมซื้อขายวายล่องท่องเล่น เช่น ส่งเกลือสินเธาว์จากอีสานไปโตนเลสาบ(ทะเลสาบ) เป็นต้น

          นักวิชาการทั่วไปรับรู้ทั่วกันว่าบริเวณต้นน้ำมูลแถบเมืองพิมาย เมืองพนมรุ้ง เป็นแดนดินถิ่นของราชวงศ์มหิธร บรรพชนกษัตริย์กัมพูชาที่สถาปนานครวัดและนครธมรวมทั้งปราสาทพระวิหาร

          กษัตริย์กัมพูชาที่พิมาย, พนมรุ้ง, นครวัด, นครธม (รวมทั้งพระวิหาร) เป็นเครือญาติใกล้ชิดบ้านพี่เมืองน้องกับเมืองละโว้(ที่ลพบุรี) ต่อมาขยับขยายเป็นอโยธยา-ละโว้(ที่อยุธยา) แล้วเปลี่ยนนามเป็นกรุงศรีอยุธยา กษัตริย์อโยธยาจนถึงอยุธยายุคต้นๆจึงตรัสภาษาเขมรในชีวิตประจำวัน

          หลังกาฬโรค(ห่า)ระบาด พระเจ้าแผ่นดินเปลี่ยนวงศ์เป็นตระกูลไทย-ลาว(ที่เคลื่อนย้ายลงมาจากสองฝั่งโขง) แล้วตรัสภาษาไทย-ลาว จึงยกภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์สืบจนทุกวันนี้

          เท่ากับคนไทย คือลาวสองฝั่งโขงที่เคลื่อนย้ายลงมาตั้งหลักแหล่งใหม่ แล้วถูกหล่อหลอมยอมรับวัฒนธรรมมอญ-เขมรลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แต่งงานกับจีน ในที่สุดสมมุติชื่อเรียกตัวเองว่าไทย, คนไทย

          ผมได้ความรู้จากครูบาอาจารย์ยุคก่อนๆมาเขียนอธิบายคนไทยมาจากไหน? อย่างนี้นานหลายปีแล้วในหนังสือหลายเล่ม มีผู้ด่าทอต่อว่าก็มากนักหนา เพราะพวกเขาถูกครอบงำด้วยอคติความเป็นไทยจากประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย

          ความเป็นมาเหล่านี้ มีทิวเขาพนมดงเร็กเป็นแกนหลักอารยธรรม ไม่จำเพาะไทย-กัมพูชา แต่รวมถึงสุวรรณภูมิและหมดทั้งอุษาคเนย์(ที่จะเป็นอาเซียน)

          แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยไม่ยอมแสดงความจริงให้ปรากฏ จึงเกิดประวัติศาสตร์บาดหมางสร้างบาดแผลกับเพื่อนบ้านไม่รู้จบ

if (document.currentScript) { }