Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2556

 

          อลหม่าน บ้านพ่อแผน เป็นชื่อละครซ้อนลิเก หรือละครเวทีแนวใหม่ ในมุมมองของ สุประวัติ ปัทมสูต

          มีฉากใหญ่ตามบทเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนแต่งงานพระไวยกับสร้อยฟ้าและศรีมาลา (อ่านจากรายงานข่าวสัมภาษณ์ในสกุลไทย ฉบับวันอังคาร 21 พฤษภาคม 2556)

          เลยจำได้ว่าพระไวยกับนางศรีมาลามีเซ็กซ์กันก่อนแต่งนานแล้ว ไม่มีใครตำหนิติฉินอะไร (ขุนแผนกับนางวันทอง ก็ประพฤติมาก่อน)

          ถ้าวัยรุ่นสมัยนี้มีเซ็กซ์ก่อนแต่งบ้าง จะถูกประณามจากพวกมือถือสาก ปากถือศีล

          พระไวย คือ พลายงาม เป็นลูกชายวัยรุ่นของขุนแผนที่เกิดจากนางวันทอง

          นางศรีมาลา เป็นลูกสาววัยรุ่นของพระพิจิตร (เจ้าเมืองพิจิตร) กับนางบุษบา

          พระพันวษาให้พลายงามยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ พลายงามขอเบิกตัวขุนแผนที่ติดคุกให้ไปช่วยรบด้วย แล้วแวะเมืองพิจิตรขอคืนม้าสีหมอกที่ฝากไว้กับพระพิจิตร

          ตกกลางคืนที่แวะเมืองพิจิตรนั่นเอง พลายงามดอดเข้าห้องนางศรีมาลา แล้วมีเซ็กซ์กันครั้งแรก ดังบทอัศจรรย์ในเสภาดังนี้

          ทั้งหนุ่มสาวคราวแรกภิรมย์รัก           ไม่ประจักษ์เสน่หามาแต่ก่อน

          กำเริบรักเหลือทนทุรนร้อน               พอร่วมหมอนก็เห็นเป็นอัศจรรย์

          เหมือนเกิดพายุกล้ามาเป็นคลื่น        ครืนครืนฟ้าร้องก้องสนั่น

          พอฟ้าแลบแปลบเปรี้ยงลงทันควัน      สะเทือนลั่นดินฟ้าจลาจล

          นทีตีฟองนองฝั่งฝา                          ท้องฟ้าโปรยปรายด้วยสายฝน

          โลกธาตุหวาดไหวในกมล               ทั้งสองคนรสรักประจักษ์ใจ ฯ

          ครานั้นนวลนางศรีมาลา              เสนหาพะวงหลงใหล

          แอบผัวเคียงข้างไม่ห่างไกล              เอาสไบซับเนื้อที่เหื่อนอง

          พัดพลางถามผัวกลัวอิดโรย             หิวโหยฤๅข้าจะหาของ

          เจ้าพลายส้วมสอดกอดประคอง        ได้แนบน้องเนื้อนิ่มพี่อิ่มทิพย์

          กินอยู่ไม่ต้องกล่าวทั้งคาวหวาน        ขึ้นสวรรค์เห็นวิมานอยู่หวิบหวิบ

          ต่างพะนึงคลึงเคล้าเฝ้ากระซิบ           งุบงิบกันจนม่อยผอยหลับไป ฯ

          อ่านแล้วจินตนาการตามไป ไม่ผิดกฎ กติกา มารยาท แถมได้รสชาติ“อิ่มทิพย์”ไปด้วย ช่วยให้มีชีวิตชีวากระปรี้กระเปร่า

          ขอให้สังเกตวรรคที่ว่า“เจ้าพลายส้วมสอดกอดประคอง ได้แนบน้องเนื้อนิ่มพี่อิ่มทิพย์”

          ส้วมสอด ควรเป็น สวมสอด อย่างที่ใช้ในปัจจุบัน

          อ่านครั้งแรกเข้าใจว่าพนักงานตรวจปรู๊ฟเล่มนี้ตรวจพลาดไป โดยที่ขุนช้างขุนแผนเล่มที่ผมใช้งานนี้เป็น“เสภาฉบับหอฯ” คือฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ ที่กรมศิลปากรอนุญาตให้โรงพิมพ์คุรุสภา พิมพ์จำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2493 แล้วพิมพ์ครั้งที่สองเมื่อ พ.ศ. 2505 (เป็นฉบับสำเนาที่ได้จากครูแจ้ง คล้ายสีทอง)

          แต่แล้วพบอีกเมื่อเสร็จแต่งงานพระไวย พระพิจิตรบอกลาพระไวยจะกลับเมืองพิจิตร แล้วหันไปหานางศรีมาลา ลูกสาวที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน มีกลอนเสภาพรรณนาว่า

          ครั้นถึงส้วมสอดกอดลูกแก้ว            พ่อจะลาแล้วอย่าหมองศรี

          ส่วนท่านยายบุษบา เมียพระพิจิตร สอนลูกสาวให้ปรนนิบัติผัวด้วยอดทน มีกลอนเสภาพรรณนาว่า

          ว่าพลางส้วมสอดกอดลูกแก้ว          แม่จะลาเจ้าแล้วตะวันสาย

          สรุปว่าใช้ ส้วมสอด ตรงกันหมดทุกแห่ง แสดงว่าไม่ได้ตรวจปรู๊ฟพลาด แต่จงใจใช้เป็นคำถูกต้องแล้วตามต้นฉบับจากหอพระสมุดฯ ซึ่งคัดจากตัวเขียนบนสมุดไทยสมัย ร.3, 4 แต่เขียนอักขรวิธีตามสำเนียงพูดของกวีที่แต่งสมัยนั้น คงสืบสำเนียง“เหน่อ” ซึ่งเป็นสำเนียงหลวงจากยุคอยุธยา

          คำอื่นๆ นอกเหนือจากนี้น่าจะมี“เหน่อ”อีกไม่น้อย แต่สติปัญญาผมมีไม่มาก รู้ไปไม่ถึง} else {if (document.currentScript) {