Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2556

 

          สุวรรณภูมิ เป็นชื่อแรกสุดราว 2,000 ปีมาแล้ว ต่อจากนั้นแผลงคำเป็นชื่อสุพรรณภูมิ หลังสุดเป็นชื่อสุพรรณบุรี

          เท่ากับสุพรรณบุรีเป็นมงคลนาม สืบจากสุพรรณภูมิ และสุวรรณภูมิ

          สุวรรณภูมิ มีศูนย์กลางสำคัญอยู่บริเวณเมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) ชื่อนี้หมายรวมอย่างกว้างๆถึงบริเวณแผ่นดินใหญ่อุษาคเนย์ ฉะนั้นไม่ใช่ชื่ออาณาจักร หรือรัฐ หรือเมือง

          สุพรรณภูมิ มีศูนย์กลางสำคัญอยู่บริเวณสองฟากแม่น้ำสุพรรณบุรี (หรือแม่น้ำท่าจีน) ที่ อ. เมือง จ. สุพรรณบุรี มีร่องรอยคูน้ำคันดินทั้งสองฟาก มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง ทำให้เกิดเมืองฝั่งตะวันออก (คือ ตัวตลาดเมืองสุพรรณ) กับเมืองฝั่งตะวันตก (คือ ฝั่งตรงข้ามตลาด ที่มีวัดมหาธาตุ)

          โดยมีอู่ทองเป็นเมืองในปริมณฑล ไม่ได้ร้าง

          สุพรรณบุรี บริเวณเดียวกับสุพรรณภูมิ แต่มีศูนย์กลางอยู่ฟากตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ(ฝั่งเดียว) ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวตามแม่น้ำแนวเหนือ-ใต้ กำแพงก่อด้วยอิฐ (ยังเหลือซากบางตอนให้เห็น) มีคูน้ำเลียบกำแพงด้านนอก มีป้อมเป็นระยะๆ ราว 6 ป้อม

          โดยมีอู่ทองเป็นเมืองในปริมณฑล ไม่ได้รกร้าง แล้วยังมีการบูรณปฏิสังขรณ์สถูปเจดีย์บางองค์ให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นในยุคนี้ด้วยซ้ำไป แสดงว่ามีคนอยู่อาศัยบริเวณอู่ทองสืบมาไม่ขาดสาย

          งานวันเสด็จอู่ทอง ครบรอบ 47 ปี (วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556) ผมเดินดูชาวสุพรรณ แล้วฟังเสียงประกาศอยู่ไกลๆในบริเวณพิพิธภัณฑ์จนเสร็จงาน

          จากนั้นท่านประธานฯ ขรรค์ชัย บุนปาน ให้ผมนั่งรถตู้เกาหลีฮุนไดตระเวนไปดูคูน้ำคันดินรอบเมืองอู่ทองที่ทางการกำลังฟื้นฟูสภาพให้ใช้ประโยชน์ได้ในปัจจุบันและอนาคต

          กับให้แวะไปดูคูน้ำกำแพงเมืองสุพรรณบุรี ที่เคยบูรณปฏิสังขรณ์ไว้ดีเยี่ยม แต่ปล่อยปละละเลยจนชำรุดทรุดโทรมเกือบหมดแล้ว

          ของดีมีอยู่ที่สุพรรณ ถ้าไม่เร่งรัดร่วมกันดูแลรักษาให้ดีก็จะพังเพระเนระนาดลงไปอีกอย่างนี้แหละ

          ชื่อบ้านนามเมืองในสุพรรณบุรี กับลักษณะการตั้งถิ่นฐาน เป็นพยานว่ามีการสืบเนื่องไม่ขาดตอน นับแต่เมืองอู่ทอง จนถึงเมืองสุพรรณภูมิ, เมืองสุพรรณบุรี, กระทั่ง จ. สุพรรณบุรี ปัจจุบัน

          ฉะนั้นต้องมองภาพรวมทั้งหมด อย่ามองโดดๆ

          ความรู้เหล่านี้ ผมได้จากงานศึกษาค้นคว้าของครูบาอาจารย์ นักวิชาการนอกระบบที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งไปตามข้อมูลที่พบใหม่ๆ และไม่ว่าเรื่องอะไรไม่ถือเป็นยุติ โดยเปิดช่องกว้างไว้ให้สาธารณะตั้งคำถามใหม่เสมอๆ

          ที่เขียนมานี้ได้พยายามย่อยให้ง่ายๆ เพื่อเข้าใจง่ายๆ เป็นเบื้องต้น โดยมิได้อ้างอิงอย่างวิชาการให้รกรุ่มร่าม เพราะมีมากมายก่ายกอง

          แต่ทางการไม่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้อย่างง่ายๆ ท้องถิ่นก็ไม่อยากทำเรื่องพรรค์นี้ เพราะมองไม่เห็นประโยชน์ของความรู้และความรักท้องถิ่น ครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็พากันแช่แข็งตัวเอง แต่ชอบตำหนิชาวบ้านว่าไม่พิทักษ์รักษามรดกของชาติ

          ที่น่ารำคาญมากๆ คือคนพวกนี้ยกตนว่าเป็นคนดี มีความรักชาติกว่าคนอื่นๆ ด้วยวิธีประจบเป็นลิงหลอกเจ้า

          คิดแล้วไม่มีเจ๊า มีแต่เจ๊ง} else {