มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2556

 

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย “สร้างให้จำ ทำให้ลืม” เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตามต้องการของผู้มีอำนาจที่มองไม่เห็น

          ขุนวรวงศาธิราช ได้ราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา 42 วัน (ตามพระราชพงศาวดารฯ ฉบับหลวงประเสริฐฯ) แล้วถูกฝ่ายตรงข้ามรวมหัวกันล้อมปราบจับฆ่า

          แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยไม่อยากให้จำ เลยทำให้ลืม โดยไม่นับอยู่ในลำดับพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา เพราะ “เรื่องพงศาวดารตอนนี้ เป็นเรื่องของความชั่ว ไม่น่าอธิบาย” (พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 1 กรมศิลปากรจัดพิมพ์ พุทธศักราช 2542 หน้า 264)

          ด้วยเหตุนี้จำนวนพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา จึงมีแค่ 33 พระองค์ แทนที่จะมี 34 พระองค์ เนื่องเพราะขุนวรวงศาธิราชถูกตัดพระนามออกไป ไม่ให้จำ

          เรื่องราวของขุนวรวงศาธิราชเกี่ยวข้องกับท้าวศรีสุดาจันทร์ ทั้งสองเป็นเชื้อสายราชวงศ์อโยธยา-ละโว้ ที่ต้องการฟื้นฟูอำนาจคืนมา เพราะถูกเชื้อสายราชวงศ์อื่นริบไป

          แต่ขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์แพ้ เลยถูกฝ่ายตรงข้ามกำจัดอย่างถอนรากถอนโคน แล้วใส่ร้ายป้ายสีสาดเสียเทเสียซ้ำซาก

          ปกติธรรมดาโลกมีว่า “ฝ่ายชนะ เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์” ดังนั้น เมื่อขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นฝ่ายแพ้ จึงต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าชั่วช้าสารพัดในพระราชพงศาวดารด้วยฝีมือของฝ่ายชนะ (ถ้าขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์ชนะ ก็จะทำกับฝ่ายแพ้อย่างเดียวกัน)

          การศึกษาไทยให้ความสำคัญแก่ฝ่ายชนะ แล้วถูกทำให้ลืมความจริงของฝ่ายแพ้

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ถือว่าเรื่องพงศาวดารตอนนี้ เป็นเรื่องของความชั่ว ไม่น่าอธิบาย ไม่น่ารู้ เลยพากันพยายามทำให้ลืม เสมือนไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ถ้าไม่ลืมก็ให้มีแต่ความชั่วของฝ่ายแพ้ ไม่มีความชั่วของฝ่ายชนะ

          แต่ที่จริงเรื่องนี้มีการเมืองลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน ซึ่งตรงข้ามกับเนื้อความที่พงศาวดารบันทึกไว้

          สังคมไทยถูกหล่อหลอมกล่อมเกลา แล้วครอบงำทำให้ลืมความจริงบางอย่างหรือหลายอย่างที่ผิดพลาดล้มเหลว แล้วเลือกจำเฉพาะที่สำเร็จ หรือที่ชอบ(ของผู้มีอำนาจที่มองไม่เห็น)

          ใครฟื้นความหลังให้เห็นความผิดพลาดล้มเหลว(ทั้งๆเกิดขึ้นจริง) เพื่อเรียนรู้ไว้ป้องกันมิให้เกิดซ้ำอีก ก็จะถูกประณามหยามหน้าว่าขายชาติ

          ดังเห็นเป็นพยานการศึกษาประวัติศาสตร์แห่งชาติ ทั้งในตำราและการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มีแต่อวยวีรบุรุษวีรสตรีที่ล้วนเป็นนิยาย

          แต่สังคมจะเติบโตแข็งแรงและมีพลังก้าวหน้าได้ ต้องเรียนรู้ควบคู่กันทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว หาไม่ก็จะเป็นสังคมกลวงโบ๋โกหกตัวเองชั่วนาตาปี