มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2556

 

          “เมียตบเมียแต่งเป็นเมียหมา เมียฉุดคร่าเป็นเมียเทวดา”

          นี่เป็นคติหาเมียของลูกผู้ชายเมืองเพชรบุรีที่ว่า “อยากได้เมียก็ต้องฉุดเอา” และเหตุที่ฉุดผู้หญิงเป็นเมียเพราะรักจริง จึงต้องยกย่องเป็นเมียเทวดา

          ที่คัดมานี้ได้จากหนังสือพราหมณ์สมอพลือ โดย ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ นักหนังสือพิมพ์ นักค้นคว้าประวัติศาสตร์ อยู่ จ. เพชรบุรี เล่าเรื่องเมียเทวดาของตระกูลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี

          “การครองคู่ลักษณะเมียเทวดา หรือฉุดสาวมาครองคู่นั้น แทบจะเป็นธรรมเนียมทั่วไปของหนุ่มเมืองเพชร ไม่เฉพาะเป็นของตระกูลพราหมณ์เท่านั้น การฉุดมาด้วยความหลงใหล เป็นเหตุให้ผู้เป็นสามีต้องรับผิดชอบเป็นพิเศษ จนคนทั่วไปเห็นเป็นการหงอ” อ. ล้อม เพ็งแก้ว เขียนบทบรรณาธิการอธิบายเพิ่มเติมเรื่องเมียเทวดาของหนุ่มเมืองเพชร

          ลูกสาวพราหมณ์เมืองเพชรจำนวนไม่น้อย“ถูกฉุดแบบเต็มใจ” สอดคล้องกับสาวสมัยก่อนนัดหมายให้หนุ่มมาฉุด ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ผิดกติกาวัยเจริญพันธุ์ เพราะถ้าไปสู่ขอดีๆ ก็ไม่มีวันได้ พ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมง่ายๆ เลยต้องเต็มใจให้ถูกฉุด

          พราหมณ์สมอพลือ หมายถึงตระกูลพราหมณ์เก่าแก่ของเมืองเพชรบุรี มีถิ่นฐานอยู่รวมกันเป็นหมู่ใหญ่ที่บ้านสมอพลือ ต. สมอพลือ อ. บ้านลาด จ. เพชรบุรี

          ยังมีเชื้อสายพราหมณ์ตั้งบ้านเรือนหนาแน่นอยู่ริมแม่น้ำเพชรจนทุกวันนี้

          น้ำจากแม่น้ำเพชร ไหลผ่านทางวัดท่าไชย บ้านสมอพลือ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ตักไปเป็นน้ำเสวยของ ร.4, ร.5, ร.6 และใช้ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพราะผ่านบ้านพราหมณ์ผู้มีเทพมนตร์

          ตระกูลพราหมณ์สมอพลือยุคอยุธยา มีธิดา 2 คน เป็นมเหสีสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ แล้วมีโอรส คือ เจ้าฟ้ากุ้ง, เจ้าฟ้าเอกทัศน์, เจ้าฟ้าอุทุมพร, ฯลฯ

          สุนทรภู่ เขียนนิราศเมืองเพชรบอกตระกูลสายแม่กับสายพ่อของท่านเองว่าเป็น“พราหมณ์รามราช” อยู่เมืองเพชรบุรี น่าจะเกี่ยวข้องกับพราหมณ์สมอพลือด้วย

          บ้านสมอพลือจากวัดท่าไชย ริมถนนเพชรเกษม ยาวเลียบแม่น้ำเพชรไปทางตะวันตก คุณทวีโรจน์เคยพาผมนั่งรถผ่านเข้าไปลึก แต่ไม่สุดทาง

          เพียงแค่นี้ก็รู้เห็นความร่มเย็นของสุมทุมพุ่มไม้ บ้านเรือนและหย่อมย่านบ้านตระกูลพราหมณ์สำคัญมาก

          เมืองเพชรบุรีมีทุกอย่างทางศิลปวัฒนธรรมล้ำลึกดึกดำบรรพ์ของความเป็นสยามประเทศไทย

          แต่ไม่มีมิวเซียมเพชรบุรีจัดแสดงเพื่อบอกกล่าวสิ่งวิเศษนั้น แม้แต่การท่องเที่ยวก็มองข้าม}