มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2556

 

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติ และประวัติวรรณคดีแห่งชาติ เป็นนิยายพอๆ กัน

          แต่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายพอใจในความเป็นนิยายนั้น เลยพากันหลับหูหลับตาว่าตามๆ กันไป โดยไม่สงสัยไม่มีคำถาม

          คริส เบเกอร์ กับ ผาสุก พงษ์ไพจิตร สงสัยและมีคำถามความเป็นมาของเสภาขุนช้างขุนแผน จะขอคัดจากตอนหนึ่งในข้อเขียน เรื่อง วรรณกรรมบอกเล่าและเสภาขุนช้างขุนแผนฉบับวัดเกาะ (พิมพ์ในวารสารอ่าน ฉบับมกราคม-มีนาคม 2556 หน้า 197-198) โดยปรับปรุงแล้วจัดย่อหน้าใหม่ ให้อ่านสะดวก ดังนี้

          ครั้งหนึ่งในการกล่าวเปิดงานเกี่ยวกับ ขุนช้างขุนแผน ที่สุพรรณบุรี ข้าราชการกรมศิลปากรคนหนึ่งเสนอเป็นทำนองว่าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน พัฒนาขึ้นในสมัยอยุธยา แต่สูญหายไปและต้องแต่งใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ฟังแล้วเราสงสัยว่าประวัตินี้มาจากไหน

          ต่อมาเราพบว่าอาจมาจากหนังสือชื่อ 101 เล่มหนังสือในดวงใจนักเขียนและนักอ่าน ซึ่งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจัดพิมพ์ที่ระบุว่า “เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนที่มีผู้แต่งไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้นเหลืออยู่เพียงบางตอนเท่านั้น เพราะถูกไฟไหม้ และสูญหายไปเมื่อครั้งเสียกรุงกับพม่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นโดยโปรดให้กวีหลายคน…ช่วยกันแต่งเป็นตอนๆ ไปจนจบเรื่อง”

          ในวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิตของ วรนันท์ อักษรพงศ์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หนึ่งในวิทยานิพนธ์ไม่กี่ฉบับที่วิจัยเกี่ยวกับขุนช้างขุนแผนในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา) หน้าแรก กล่าวว่า “เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาตินี้ เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รวมกับกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยของพระองค์”

          ข้อมูลนี้มาจากไหนไม่ชัด วรนันท์ไม่ได้อ้างอิงว่าได้ข้อมูลนี้มาจากไหน

          จากนั้นวรนันท์จึงสรุปว่า “ลักษณะสังคมและวัฒนธรรมไทยที่มีอยู่เป็นพื้นฐานในเรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นสังคมและวัฒนธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ คือสมัยรัชกาลที่หนึ่งและที่สอง” และวรนันท์ได้ใช้ข้อมูลเสภาเพื่อ “ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น”

          ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของขุนช้างขุนแผน เมื่อสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นคงมาจาก  “ตำนานเสภา” ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ เพราะนับแต่นั้นมาก็ไม่มีการวิจัยเบื้องต้น (และไม่มีหลักฐานเบื้องต้นใหม่ด้วย) อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าประวัตินี้จะเพี้ยนไปในทำนองที่น่าสนใจ

          ใน “ตำนานเสภา” สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ระบุว่า สมัยอยุธยา “หนังสือเสภาย่อมจะมีน้อยและเป็นของปกปิดกัน… บทเสภาครั้งกรุงเก่าได้มาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ได้มาด้วยมีคนเสภาครั้งกรุงเก่าเหลือมาบ้าง”  ไม่มีเรื่องของสมุดไทย “ถูกไฟไหม้” และเรื่อง “สูญหายไป”

          และใน “ตำนานเสภา” อีกเช่นกัน ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ระบุว่า “บทเสภาที่นับถือกันว่าวิเศษในทุกวันนี้เป็นบทแต่งครั้งรัชชกาลที่ 2 แทบทั้งนั้น” และ “หนังสือเสภาที่แต่งเมื่อครั้งรัชกาลที่ 2 ก็แต่งเป็นตอนๆ แล้วแต่กวีคนใดจะพอใจแต่งเรื่องตรงไหน”

          นั่นคือสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงสันนิษฐานว่า บางตอน (ไม่ใช่ทั้งหมด) จากทั้งหมด 6 บท (ไม่ใช่ทุกบท) แต่งในสวนขวา ของรัชกาลที่ 2

          ท่านไม่ได้บอกว่ากวีสวนขวา “ช่วยกันแต่งเป็นตอนๆ ไปจนจบเรื่อง” แต่แต่งเฉพาะ “บทเสภาที่นับถือกันว่าวิเศษในทุกวันนี้” ซึ่งหมายความว่าไม่กี่บทเท่านั้น ไม่ได้ทรงระบุว่า “เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาตินี้เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (และคณะ)”

          มีหลายเว็บไซต์ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมทั้งวิกิพีเดีย ที่ระบุว่าเสภาขุนช้างขุนแผน “เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” หรือ “ผู้แต่งเรื่องขุนช้างขุนแผน คือ พระสุนทรโวหาร” และน่าจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็น “ผู้แต่งเรื่อง” จากต้นจนจบ

          สำนักพิมพ์บางแห่งพิมพ์เสภาฉบับหอพระสมุดฯ และลงนามของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในตำแหน่งผู้แต่ง และปรากฏเช่นนั้นในแค็ตตาล็อกหนังสือของห้องสมุดหลายแห่ง รวมทั้งหอสมุดแห่งชาติด้วย

          ดังนั้นแล้วถ้าหากว่าในวันนี้ผู้คนจะเชื่อว่าเสภาขุนช้างขุนแผน ที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันเป็นเรื่องซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (และคณะ) ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นส่วนมากหรือทั้งหมด ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจสักเท่าไร

          ความหมายของคำ เช่น “พระราชนิพนธ์” “แต่ง” “เรียบเรียง” “ชำระ” และ “เขียนขึ้นใหม่” ไม่ค่อยชัดเจนนัก เช่นหมายความว่า เขียน (เรื่องเดิม) ใหม่ หรือเขียน (เรื่องใหม่) ขึ้น? ถ้าเอาเนื้อหาเดิมมาปรับใหม่ ปรับเปลี่ยนไปสักเท่าไร ร้อยละ 5 หรือร้อยละ 95?

          คริส เบเกอร์ กับ ผาสุก พงษ์ไพจิตร ที่ผมคัดข้อเขียนมานี้ ไม่ใช่ครูสอนภาษาไทยและวรรณคดีไทย เลยมีคำถามอันทรงค่ามหาศาลต่อภาษาไทยและวรรณคดีไทยd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);