มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2556

 

          นายกฯไทยไปประชุมและเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศมองโกเลีย มีข่าวในสื่อทั่วไปตามปกติ

          แต่ฉุกใจเมื่ออ่านโพสต์ ทูเดย์ ในคอลัมน์ 7 (ฉบับวันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2556 หน้า 1) กล่าวถึงมองโกเลียว่า “อยู่แถบเทือกเขาอัลไต” ซึ่งผมไม่รู้มาก่อน

          เลยย้อนคิดไปเมื่อ พ.ศ. 2529 มองโกเลียรวมอยู่ในสหภาพโซเวียต(ยังไม่แตกอย่างทุกวันนี้) สำนักข่าวปราฟดายุคนั้นชักชวนท่านพี่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กับผมไปเล่าเรื่อง 200 ปี สุนทรภู่ ที่มอสโก

          เมื่อถึงโรงแรมในมอสโก เจ้าหน้าที่ปราฟดาถามว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนในโซเวียต?

          ผมตอบอย่างมั่นอกมั่นใจว่าอยากไปเขาอัลไต

          เขาทำท่างงมาก แล้วย้อนถามว่าจะไปทำไม?

          ผมบอกว่าจะไปเยี่ยมญาติ อยากถ่ายรูปคู่กับญาติไปฝากคนไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ถิ่นกำเนิดคนไทย ว่าหน้าตาท่าทางเชื้อสายบรรพชนคนอัลไตเป็นอย่างนี้ๆ จะได้ชื่นอกชื่นใจว่ายังมีญาติอยู่อัลไต

          แล้วก็อธิบายให้เจ้าหน้าที่ปราฟดารู้ต้นสายปลายเหตุ ว่าตำราประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย บอกว่าบรรพชนคนไทยมีแหล่งกำเนิดบริเวณเทือกเขาอัลไต แล้วถูกรุกรานต้องอพยพถอนรากถอนโคนลงทางทิศใต้ไปตั้งอาณาจักรน่านเจ้า

          แต่ถูกลูกหลานเจงกิสข่านรุกรานอีก เลยหนีลงไปถึงดินแดนของมอญและขอม ยอมเป็นขี้ข้าขอม กระทั่งปลดแอกไล่ขอมออกไป แล้วยึดดินแดนขอม จนกระทั่งตั้งตนเป็นอิสระ มีราชธานีแห่งแรกชื่อกรุงสุโขทัย

          เจ้าหน้าที่ปราฟดาได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะอย่างฉงนสนเท่ห์มากๆ แล้วบอกว่าอัลไตเป็นภูเขาน้ำแข็ง ไม่มีชุมชนบ้านเมือง ทางโซเวียตใช้เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ไว้ติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐ สรุปว่าจัดให้ไปอัลไตไม่ได้

          ผมไม่ได้ติดใจอะไร เพราะพูดขึ้นมาเล่นๆสนุกๆแค่นั้นว่าอยากไปเยี่ยมญาติที่ภูเขาอัลไต ไม่คิดจะไปได้จริง

          เพราะตอนนั้นก็รู้อยู่เต็มอกว่าประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เป็นนิยายแห่งชาติที่ยังมีอิทธิพลต่อวิธีคิดไทยบางพวกจนบัดนี้ โดยเฉพาะในหมู่ครูบาอาจารย์จำนวนหนึ่งกับนายทหารจำนวนมากในกองทัพ

          แต่ที่น่ากลัวก็คือขณะนี้ยังมีอิทธิพลต่อความคิดของนักวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีแห่งชาติทั้งหลายในกระทรวงวัฒนธรรม

          แม้ไม่พูดถึงเทือกเขาอัลไตว่าเป็นถิ่นกำเนิดของคนไทยเหมือนก่อน แต่ยังยึดมั่นผูกพันว่าคนไทยเป็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์บริสุทธิ์ มีกำเนิดที่ใดที่หนึ่ง แล้วอพยพถอนรากถอนโคนมาอยู่ในไทย

          ดูได้จากการจัดแสดงและคำอธิบายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ยังรักษาทฤษฎีอพยพของคนไทยจากที่ต่างๆไม่ยอมเลิกรา ทั้งๆโลกนี้ไม่มีมนุษย์คนไหนเชื่อถือแนวคิดอย่างนี้

          เว้นเสียแต่มนุษย์ต่างดาว

          โบราณศิลปวัตถุหายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถือเป็นเรื่องปกติที่มีสม่ำเสมอแต่ปิดบังซ่อนเร้นมาตลอด เท่าที่รู้ก็นานราวครึ่งศตวรรษ

          แต่น่าสะพรึงกลัวและสยองขวัญ ถ้าความรู้หายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยที่รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจ เพราะมุ่งรถไฟความเร็วสูง ขณะที่สังคมวัฒนธรรมความรู้ช้าและตกต่ำ