มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2556

 

          วัฒนธรรมไทย ในสำนึกของสังคมไทยทุกวันนี้ มักออกอาการฟูมฟายถึงมรดกของผู้ดีจากอดีตเท่านั้น

          เช่น ประเพณีต่างๆที่เรียกหมอบ, คลาน, ไหว้, กราบ, ชุดไทย, เรือนไทย, รำไทย, ดนตรีไทย, โขน, ละคร, ฯลฯ

          โดยไม่มีวัฒนธรรมไทยของปัจจุบันและอนาคต (เช่น ประชาธิปไตย) ทั้งๆในชีวิตประจำวันแทบไม่มีใครใช้วัฒนธรรมไทยแบบนั้นทุกอย่าง ส่วนมากใช้จริงๆอย่างจำเป็นแค่ไหว้แสดงความนอบน้อมทักทายผู้ใหญ่เท่านั้น

          แล้วทำไมสังคมไทยยังฟูมฟายผูกพันกับมรดกจากอดีตมากขนาดนี้? ผมพยายามแสวงหาคำอธิบายมานานหลายเวลา แต่หาไม่ได้ กระทั่งเมื่อเร็วๆนี้อ่านพบว่า

          “วัฒนธรรมหมู่บ้านเกษตรกรรม เป็นพื้นฐานวัฒนธรรมไทยปัจจุบัน”

          อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนบอกไว้ในบทความเรื่อง ออกจากหมู่บ้านเสียที (มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2556 หน้า 6) แล้วบอกอีกว่า “คนไทยเพิ่งออกจากหมู่บ้านไม่เกิน 100 ปีมานี้เอง รวมทั้งคนกรุงเทพฯด้วย”

          ข้อความที่คัดมานี้ อ. นิธิไม่ได้เจตนาจะอธิบายสิ่งที่ผมมีคำถามคาใจมานานช้า แต่มุ่งอธิบายความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน แล้วเผอิญมาตอบคำถามได้ด้วยเท่านั้น

          หมู่บ้านเกษตรกรรมในไทยมีขึ้นราว 5,000 ปีมาแล้ว ตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ที่มนุษย์หยุดร่อนเร่แสวงหาอาหาร เพราะรวมกันตั้งหลักแหล่ง“เฮ็ดไฮ่เฮ็ดนา”เป็นชุมชนหมู่บ้านเกษตรกสิกรรม

          แต่เป็นลักษณะพึ่งพาธรรมชาติ เพราะล้าหลังทางเทคโนโลยี จึงมีพิธีกรรมทางศาสนาผีขอความอุดมสมบูรณ์ให้พืชพันธุ์ธัญญาหารเลี้ยงชุมชนหมู่บ้าน โดยแสดงความนอบน้อมวิงวอนร้องขออย่างจำนนต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ (ที่เรียก ผี, เทวดา)

          กระทั่งเริ่มเป็นรัฐมีราชสำนัก ก็ยังต้องสืบทอดพิธีกรรม แต่เรียกเสียใหม่ว่าพระราชพิธี ซึ่งมีลักษณะผสมปนเประหว่าง ผี-พราหมณ์-พุทธ

          ทั้งหมดนี้คือวัฒนธรรมเริ่มแรกของหมู่บ้านเกษตรกรรมในไทย แต่ใช้สืบเนื่องยาวนานจนปัจจุบันอย่างอัศจรรย์ใจ

          แล้วถูกทำให้ฟูมฟายโหยหาวัฒนธรรมไทย(ซึ่งได้จากหมู่บ้านเกษตรกรรม) ด้วยเครื่องมืออย่างน้อย 2 ระบบ คือ การศึกษา และสื่อมวลชน

          กระทรวงวัฒนธรรมก็อยู่ในกำมืออันทรงพลังของ 2 ระบบนี้ จึงมีวิธีคิดและวิธีทำอย่างที่รู้ๆเห็นๆ โดยทำนอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น ประเพณีประชาธิปไตยที่รัฐบาลเพื่อไทย    กู่ร้องก้องโลกโหวกเหวกทุกวัน