มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556

 

          ไทยรู้ประวัติศาสตร์ไทยจากท่องจำ (เช่น เรื่องวังกับวัด และวีรบุรุษสงคราม ฯลฯ) ไม่ได้รู้เพราะเข้าใจ

          ประวัติศาสตร์ไทยจึงไม่มีภูมิศาสตร์ ไม่มีภูมิประเทศ ไม่มีทรัพยากร และไม่มีคน ไม่มีชุมชนหมู่บ้าน ฯลฯ ซึ่งมักแสดงให้เห็นภาพรวมทั้งหมดได้โดยแผนที่แบบต่างๆ

          “เราอาจจะรู้แต่ประวัติศาสตร์ เมืองหลวงของที่นั่นชื่อนั้นชื่อนี้ แต่เราไม่ค่อยรู้เรื่องแลนด์ฟอร์มหรือการเกิดขึ้นของลักษณะภูมิประเทศแต่ละแบบว่ามันเกิดอย่างไร

          บ้านเราระดับปริญญาตรี ในบางสาขาไม่รู้เรื่องนี้เลย ซึ่งมันต่างจากบางประเทศที่ผมไปสัมผัสมา อย่างที่นิวซีแลนด์ เด็กสิบขวบอธิบายให้พ่อฟังใหญ่เลยว่ากลาเซียร์มันเกิดขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้

          คือมันเป็นวิชาพื้นฐานที่เขาต้องเรียนว่าโลกที่เขาอยู่ มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ทำไมลำธารเป็นอย่างนั้น ทำไมแม่น้ำเป็นอย่างนี้

          แต่บ้านเรา—– ไม่รู้เลย ซึ่งมันน่าสนใจและน่าเศร้าด้วย เพราะมันเป็นความรู้พื้นฐานจริงๆ”

          ศรัณย์ บุญประเสริฐ นักภูมิศาสตร์ บอกเล่าความสำคัญของภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ  (กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย ฉบับวันอังคารที่ 16 เมษายน 2556 หน้า 01) แล้วอธิบายแผนที่ต่อไปอีกว่า

          “แผนที่ก็คือภาพวาดตำแหน่งแห่งที่ของสิ่งที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ ภูมิประเทศ ภูมิวัฒนธรรม ทรัพยากร เราวาดสิ่งที่เราสนใจลงไปในแผนที่

          ถ้าเราสนใจเรื่องพืชพันธุ์ ป่าไม้ ในแผนที่เราก็จะวาดลงไปว่าบริเวณนี้เป็นป่าแบบไหน

          แผนที่คือภาพวาดโลกทัศน์ของเรา เราไม่สามารถวาดต้นไม้ทุกต้นในป่า เราก็ใช้สัญลักษณ์

          เพราะฉะนั้นแผนที่ก็คือการวาดสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในความคิดของเราเวลาที่เรามองโลกลงไปบนที่ราบ”

          สุนทรภู่น่าจะเป็นชาวสยามกลุ่มแรกๆที่ให้ความสำคัญต่อแผนที่มากๆ จึงแต่งเรื่องพระอภัยมณี (วรรณคดีการเมืองต่อต้านฝรั่งล่าเมืองขึ้น) โดยเน้นย้ำแผนที่ตลอดเรื่อง

          หลายสิบปีมาแล้ว นักการศึกษาไทยเล่าสู่กันฟัง ว่ามีประชุมลูกเสือโลกในไทยที่ศรีราชา จ. ชลบุรี มีกิจกรรมเดินทางไกลโดยใช้แผนที่

          ลูกเสือจากประเทศต่างๆเรียนรู้แผนที่อย่างดีจากชั้นเรียนปกติ จึงไม่มีใครพลัดหลง

          มีลูกเสือชาติเดียวหลงทางคือไทย เพราะขาดพื้นฐานแผนที่

          อ. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เป็นบรรณาธิการ ชำระและรวบรวมแผนที่การเมืองสมัยใหม่ ไว้ในหนังสือชื่อ ประมวลแผนที่ : ประวัติศาสตร์-ภูมิศาสตร์-การเมือง กับลัทธิอาณานิคมในอาเซียน-อุษาคเนย์ (พิมพ์ครั้งแรก มกราคม 2555) มีแผนที่เก่า 49 แผ่น

          ตั้งแต่แผนที่ พ.ศ. 2045 ตรงกับยุคอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดี(ที่ 2)

          จนถึงแผนที่ 1 : 200,000 ชุดแรก พ.ศ. 2451 สมัย ร.5 กับชุดหลัง ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยชุดแรกมีระวางดงเร็ก ที่กัมพูชาใช้อ้างกับศาลโลก กรณีปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อน

          เป็นหนังสือแผนที่สมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องประวัติศาสตร์ไทยและอุษาคเนย์ สมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุด และไม่เคยมีมาก่อนในภาษาไทย

          แต่แวดวงประวัติศาสตร์โบราณคดีแห่งชาติของไทย พากันไม่รู้ไม่ชี้ (ไม่ได้หมายความว่าจะให้ไปอธิบายสู้ความคดีพื้นที่ทับซ้อนขึ้นศาลโลก แต่อย่างน้อยให้ใช้แผนที่ชุดนี้อธิบายภูมิ-ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทิวเขาพนมดงเร็กและแม่น้ำมูล ตลอดจนสถานที่ตั้งปราสาทพระวิหารและอื่นๆ ให้สังคมทั่วไปได้รู้และเข้าใจ)

          คดีพื้นที่ทับซ้อนขึ้นศาลโลก แล้วถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ นอกจากแบ่งปันเผยแพร่ความรู้กรณีพิพาทพื้นที่ทิวเขาพนมดงเร็กอย่างกว้างขวางมากที่สุดแล้ว

          ยังกระตุ้นให้แผนที่มีความสำคัญในความรับรู้ของไทยมากกว่าเดิม แผนที่ที่ถูกเผยแพร่ผ่านโทรทัศน์ล้วนมีในหนังสือประมวลแผนที่ ที่ อ. ชาญวิทย์ทำขึ้น

          แต่แผนที่ภูมิ-ประวัติศาสตร์ไม่มีในสำนึกการศึกษาไทย

          ขณะที่โลกสมัยใหม่ในปัจจุบันและอนาคต ซับซ้อนและสับสนมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า ซึ่งจำเป็นต้องรู้จักและเข้าใจใช้งานความรู้ที่มีในแผนที่ ไม่ว่าแผนที่เก่าหรือใหม่document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);} else {