มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 23 เมษายน 2556

 

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เคยเขียนบอกไว้เองนานแล้วโดยสรุปว่า

          1. คนไทยอพยพจากที่อื่น (จากไหนก็ไม่รู้?) เข้ามาอาศัยดินแดน(ไทย)ทุกวันนี้ ซึ่งเป็นของมอญและขอม(คือเขมร) คนไทยเป็นขี้ข้าขอม

          2. ต่อมาคนไทยปลดแอกเป็นอิสระจากขอม ขับไล่ขอมออกไป แล้วสถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก เมื่อ พ.ศ. 1800

          ทุกวันนี้เนื้อหาประวัติศาสตร์อย่างที่ยกมานี้ ยังใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ในโรงเรียนและกองทัพ แล้วอยู่ในความทรงจำของคนชั้นนำมีอำนาจอย่างเหนียวแน่น

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยอย่างนี้มีนักวิชาการบอกว่าเป็นประวัติศาสตร์เมืองขึ้นแบบอาณานิคม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าประวัติศาสตร์แนวดิ่งจากข้างบนลงข้างล่าง ไม่ใช่แนวราบที่มีพัฒนาการขนานไปพร้อมกับบ้านเมืองเครือญาติอื่นๆเต็มไปหมด

          อย่างนี้แหละเป็นนิยายล้วนๆ ต้นแบบนิยายปลุกระดมให้คนทะเลาะกัน แล้วสร้างปัญหาให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา, ลาว, พม่า, มลายู เพราะไม่มีหลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุน

          1. ไม่เคยพบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่ามีคนไทยอพยพถอนรากถอนโคนมาจากที่อื่น (เรื่องนี้ผมเคยเขียนไว้มากแล้ว จะไม่เขียนซ้ำอีกตอนนี้)

          2. เมื่อไม่มีการอพยพถอนรากถอนโคนมาจากไหน? ก็ไม่มีใครพวกเดียวเป็นเจ้าของดินแดน แล้วไม่มีใครเป็นขี้ข้าใคร ไม่มีใครปลดแอกจากใคร สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย

          แต่ทางการไม่แก้ไข

          ครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาทางประวัติศาสตร์โบราณคดีก็เฉยเมยต่อปัญหาขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทั้งๆประวัติศาสตร์โบราณคดีถูกลากให้มีส่วนด้วย

          วันไหนออกอาการคลั่งชาติขึ้นมา ก็พาลด่าทอคนอื่นว่าขายชาติ โดยไม่ยอมพิจารณาตนเองว่าทำเสียหายอะไรไว้ (ราวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ปรับตัวไม่ทันความเปลี่ยนแปลง แล้วพาลโทษคนอื่นๆ)

          แท้จริงแล้วทั้งประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์กัมพูชา เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ แยกออกโดดๆ มิได้

          คนไทยและคนกัมพูชาเป็นคนจำพวกหนึ่งในกลุ่มคนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์  ดังนั้น บรรพชนคนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ นับเป็นบรรพชนคนไทยและคนกัมพูชาด้วย

          ถ้าเอาคนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์แต่ละชาติประเทศทุกวันนี้ มายืนปนกันโดยแก้ผ้าและห้ามพูด จะแยกไม่ออกบอกไม่ได้เลยว่าใครเป็นคนชาติไหน? ประเทศไหน?

          เพราะล้วนเป็นคนจำพวกเดียวกัน หรือเครือญาติชาติพันธุ์เดียวกัน

          ไทยและประชาคมอาเซียนควรร่วมกันพิจารณาศึกษาประวัติศาสตร์ในแนวทางกว้างขวาง อย่างมีพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีดังกล่าวนี้document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);