Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2556

 

          กรุงเทพฯ ไม่มีมิวเซียมกรุงเทพฯ

          แม้จะถูกปะเหลาะให้เป็นเมืองหนังสือโลก แต่กรุงเทพฯก็ยังไม่มีมิวเซียมกรุงเทพฯ ที่นับเป็นทางหนึ่งของการวาง“รากฐานเพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่าน”ที่แข็งแรงกว่าเดิม

          จากการเสวนาเรื่องผู้นำการเรียนรู้สู่สังคมนักอ่าน จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ดร. อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษา สสค. กล่าวว่า การรณรงค์ให้เด็กไทยหันกลับมารักการอ่าน ทำได้ไม่ยาก

          จะคัดสาระสำคัญตอนหนึ่งจากรายงานข่าว (ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2556 หน้า 12) มาดังนี้

          ปัจจัยสำคัญคือวิธีการเรียนรู้ โดยครูต้องหาเวลาที่จะเปิดโลกรอบตัวเด็ก ตั้งคำถามที่น่าสนใจให้เด็กเกิดความคิด ท้าทายจินตนาการ และให้เด็กได้ตั้งคำถามกลับมาที่ครูด้วย

          ที่ผ่านมามีการสอนยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นวิชาที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักตั้งคำถามวิจัย และค้นคว้าประวัติของชุมชนตนเองซึ่งได้ผลมาก เพราะเด็กต้องอ่านหนังสือ จึงจะทำวิจัยแต่ละชิ้นได้สำเร็จ ซึ่งนำไปสู่การรักการอ่านของเด็กโดยไม่รู้ตัว

          นอกจากนี้ทุกภาคส่วนก็ต้องจัดหาหนังสือดีให้เด็กเข้าถึงได้ ขณะที่ครูก็จะทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง หรือผู้อำนวยความสะดวกให้เด็ก

          แต่ครูเหลือเวลาน้อยที่จะเปิดโลกรอบตัวเด็ก รวมทั้งการพาเด็กๆ ออกเรียนรู้นอกห้องเรียน หรือเรียนรู้จากชุมชน เพราะมีงานในหน้าที่อย่างอื่นๆอีกมาก

          ทั้งยังมีเกณฑ์กำหนดให้ต้องดูแลความปลอดภัยของเด็ก ทำให้ครูไม่กล้านำเด็กออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียน

          “เรื่องนี้ควรเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งของครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง เพราะเป็นเรื่องจำเป็นที่เด็กต้องเรียนรู้จากชุมชน อยากเรียกร้องสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยผ่อนคลายกฎเกณฑ์ดังกล่าว ครูจะได้กล้าพาเด็กออกเรียนรู้นอกห้องเรียน” ที่ปรึกษา สสค. กล่าวสรุปตอนท้าย

          จากรายงานข่าวนี้ เป็นพยานว่ากิจกรรมประวัติความเป็นมาของชุมชน เป็นอุปกรณ์สนับสนุนการอ่านโดยธรรมชาติ อย่างปกติธรรมดา ไม่ต้องฝืนใจ นับเป็น“รากฐานเพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่าน”ที่แข็งแรงกว่าเดิมโดยแท้อีกทางหนึ่ง

          ถ้า กทม. ลงมือทำมิวเซียมกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากกิจกรรมประวัติความเป็นมาของชุมชน ย่อมได้ทั้งข้อมูลเพื่อจัดแสดงในมิวเซียม (นอกเหนือจากข้อมูลทื่อๆของนักวิชาการ) และได้ทั้งเมืองหนังสือโลกจริงๆโดยไม่ต้องรอให้โลกคอยปะเหลาะ

          ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ของ กศน. กระทรวงศึกษาฯ ซึ่งกระจายอยู่ในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ควรมีกิจกรรมประวัติความเป็นมาของชุมชนสนับสนุนการอ่าน โดยไม่ต้องทำมิวเซียมก็ได้

          แต่วัฒนธรรมราชการไทยไม่เอื้อให้ทำได้ในสิ่งดีๆอย่างนี้ พวกเขาจึงถนัดแต่กิจกรรมผักชีโรยหน้าเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าของตัวเอง