มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2556

 

          วัยรุ่นไทยทุกวันนี้มีเซ็กซ์เป็นปกติเหมือนวัยรุ่นไทยในอดีตและวัยรุ่นในโลก

          แต่เผอิญสอดคล้องสนองวัฒนธรรม อาบ อบ นวด ที่แสดง“ความเป็นไทย”ของผู้มีอำนาจไทยครีเอทีฟให้มีขึ้นเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว-มิใช่หรือ? หรือจงใจให้สอดคล้อง?

          กรุงเทพฯ ไม่มีมิวเซียมกรุงเทพฯ เพราะไม่เป็นแหล่งทำรายได้ แต่กรุงเทพฯ มีซ่องถูกต้องตามกฎหมาย 508 แห่ง ในนาม อาบ อบ นวด มากกว่าวัดพุทธมี 449 แห่ง, ศาลเจ้ามี 116 แห่ง ฯลฯ

          มีผู้กรุณาจัดส่งความรู้ใหม่จากศูนย์ข้อมูล กทม. แล้วยกผังสถิติจากเว็บไซต์มาให้ด้วย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นพ. ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า

ที่ประชุมได้หารือเรื่องแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หากสามารถสอนเด็กไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรถือเป็นการป้องกันที่ได้ผลดีที่สุด จะทำให้ปัญหาหมดไป

แต่ขณะนี้มีปัจจัยอื่นๆ หลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ด้านครอบครัว และบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น

ดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการต่อไปคือการให้วัยรุ่นเข้าถึงวิธีคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ รวมทั้งเป็นการป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์

นพ. ประดิษฐ แถลงข่าวตอนหนึ่งว่า “ปัญหาอยู่ที่สังคมไทยไม่เปิดกว้างเรื่องเซ็กซ์ของวัยรุ่น”

นอกจากเป็นอย่างที่หมอประดิษฐบอกแล้ว สังคมไทยยังรับไม่ได้ต่อความจริงที่ว่าวัยรุ่นเล่นเซ็กซ์มาตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิ, ทวารวดี, ศรีวิชัย, อยุธยา, สุโขทัย, ธนบุรี, ถึงรัตนโกสินทร์

แต่สังคมไทยรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานให้มีซ่องทั่วประเทศในนาม อาบ อบ นวด

ทั้งนี้เพราะทำรายได้ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความมั่งคั่งอย่างมั่นคงดีมากๆ

ฉะนั้น อย่าประณามวัยรุ่นเล่นเซ็กซ์ แต่ควรยอมรับความจริงว่าวัยรุ่นต้องมีเซ็กซ์ แล้วเปิดหน้าให้วัยรุ่นเข้าถึงวิธีคุมกำเนิดเพื่อป้องกันมีท้อง (เมื่อยังไม่พร้อม) กับป้องกันเอดส์