p>มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 10 เมษายน 2556

 

          รถไฟความเร็วสูง จะช่วยดึงและผลักดันรถไฟไทยให้พัฒนาตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม

          เป็นความหวังที่ รมว. คมนาคม (ตอนนั้นเป็น ช่วยว่าการ) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เคยบอกกับนิตยสารคิด Creative Thailand ของ TCDC (ฉบับพฤษภาคม 2555 หน้า 31) ไว้ว่าดูกรณีตัวอย่างจากรถไฟญี่ปุ่น ตอนเริ่มทำราว 50 ปีที่แล้ว เป็นรถไฟที่มีปัญหามาก แต่ละปีเกิดอุบัติเหตุคนตายประมาณ 1,000 คน

          “แต่ตัวที่พลิกสถานการณ์และนำไปสู่การตัดสินใจสร้างชิงคันเซ็น ก็คือการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกที่โตเกียว

          จุดมุ่งมั่นนี้ทำให้พวกเขาสร้างสรรค์ระบบรถไฟใหม่ เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกและรับบุคลากร การปรับการบริหารองค์กรใหม่ โดยแยกเป็นระบบรถไฟชิงคันเซ็นโดยเฉพาะ

          ซึ่งพอชิงคันเซ็นเริ่มให้บริการจะเห็นว่าภาพลักษณ์ของรถไฟญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปแบบก้าวกระโดด และเขายังได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นมา โดยใช้ชิงคันเซ็นเป็นตัวนำ ซึ่งช่วยดึงรถไฟระบบเก่าของญี่ปุ่นให้มีประสิทธิภาพขึ้นมาด้วย”

          กลับมาดูรถไฟไทย รมว. ชัชชาติ เคยบอกว่า

          “รถไฟไทยในปัจจุบันอาจจะมีข้อด้อย แต่ว่าการสร้างรถไฟความเร็วสูงขึ้น และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการให้ดีที่สุด ก็จะเป็นเหมือนการช่วยฉุดภาพลักษณ์ และเป็นเกณฑ์มาตรฐานใหม่ที่จะดึงตัวรถไฟปกติขึ้นมาด้วย”

          ต่อกรณีโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม ถ้าลงทุนปรับปรุงและขยาย(เหมือนรถไฟความเร็วสูง)ให้ร่วมสมัยรับใช้สังคมมากขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง จะช่วยดึงและผลักดันให้หน่วยงานเก่าพัฒนาตัวเองดีกว่าเดิมขึ้นไหม?

          ทีเค พาร์คกับมิวเซียมสยาม เทียบเสมือนรถไฟความเร็วสูงไหม? มีมาหลายปีแล้ว ได้ดึงและผลักดันหน่วยงานราชการเดิมบ้างไหม?

          ใครมองเห็นอะไรบ้างล่ะ? ช่วยบอกด้วย} else {} else {