มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2556

 

          “ลงทุนโครงการพัฒนาเด็ก ให้ผลประโยชน์สูงกว่าลงทุนแก้ปัญหาเด็กในภายหลัง”

          นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งในปาฐกถาเรื่องการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนสู่ประชาคมอาเซียน (เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2556 หน้า 22)

          ถ้ายกข้อความของท่านอานันท์มาปรับใช้กับการอนุรักษ์มรดกไทยก็จะได้ความว่า

          “ลงทุนแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมรดกไทยโบราณศิลปวัตถุสถาน

          ให้ผลประโยชน์สูงกว่า และยั่งยืนกว่าลงทุนป้องกันการลักลอบทำลาย และบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถาน(ที่ถูกทำลาย)”

          ปัญหาอยู่ที่ว่าจะแบ่งปันเผยแพร่ความรู้อย่างไรให้ได้ผลแท้จริง? ตรงนี้ถกเถียงทักท้วงกันได้ เพราะไม่มีมาตรฐานตายตัว

          แต่ที่สำคัญมากๆคือวิธีคิดและวิธีทำต้องไม่ทางการ ถ้าเป็นทางการเมื่อไรก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเมื่อนั้น

          มีพยานจากที่ทางการเคยทำแล้ว และกำลังทำอยู่อย่างสิ้นเปลือง โดยไม่มีอะไรดีขึ้น

          เพราะทางการทำงานอย่างผู้เป็นใหญ่เหนือมวลชน จึงวางตนเป็นเจ้าเป็นนายของไพร่ข้า เลยเข้าไม่ถึงความรู้จริงของสังคมไทยและสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ขณะเดียวกันก็ไม่เข้าใจการสื่อสาร เลยกลายเป็นงานบรรยายอบรมนักเรียน

          บริเวณกรุงธนบุรี ตั้งแต่คลองบางกอกน้อย ถึงคลองบางกอกใหญ่ มีสถานที่สำคัญๆตั้งอยู่หลายแห่ง เช่น มีบ้านพระยาจักรี (ร.1) โดยมีแผนที่กรุงธนบุรี ฝีมือสายลับพม่า บอกเบาะแสซึ่งตรวจสอบแล้วตรงกับเอกสารไทยหลายเล่ม

          ถ้าลงทุนแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง และอย่างไม่ทางการ ย่อมให้ผลประโยชน์สูงกว่าลงทุนแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายและบูรณะซ่อมแซมที่เห็นแก่ตาทุกวันนี้