มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2556

 

          คนไทย, ผู้ไทย, แถน น่าจะเกี่ยวข้องกันไม่มากก็น้อย และไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตามที่มีบอกเล่าในนิทานกำเนิดมนุษย์

          คำว่าไทย ในชื่อคนไทยและผู้ไทย (บางทีเขียน ผู้ไท แต่ในที่นี้ใช้ ผู้ไทย ซึ่งรู้จักในชื่ออื่นๆ อีก เช่น ไทยดำ, โซ่ง, ลาวโซ่ง, ฯลฯ) เป็นคำเดียวกัน มีรากจากคำว่า  ไต, ไท แปลว่า คน, ชาว

          ไต หมายถึง ไทยใหญ่ อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำโขง ไปถึงแม่น้ำสาละวิน ในพม่า

          ไท หมายถึง ไทยน้อย อยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำโขง ในลาว ไปถึงแม่น้ำแดง-ดำ ในเวียดนาม จนถึงกวางสี-กวางตุ้ง ในจีน

          (มีอธิบายอย่างละเอียดอยู่ในหนังสือคนไทย มาจากไหน? พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548 หน้า 214-257)

 

คนไทย และ ผู้ไทย

          คนไทย น่าจะได้คำว่าไทยจากคำเดิมของกลุ่มผู้ไทยที่เคลื่อนย้ายผ่านหลวงพระบางล้านช้างและสองฝั่งโขงลงมาถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 1700 ตามนิทานกำเนิดมนุษย์ในพงศาวดารล้านช้าง และนิทานเรื่องขุนบรม

          พวกผู้ไทย จัดอยู่ในกลุ่มที่ออกเสียง ท เป็น ท ซึ่งต่างจากอีกพวกหนึ่งที่ออกเสียง ท เป็น ต เรื่องนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายไว้ในหนังสือความเป็นมาของคำสยามฯ (พิมพ์เป็นเล่มครั้งแรก พ.ศ. 2519) ดังนี้

          “ชาวไทยภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้; ชาวลาวเหนือ, ลาวกลาง, ลาวใต้; ผู้ไททางเขตสิบสองจุไท รวมทั้งผู้ไทในเขตเวียดนามเหนือ, ออกเสียงคำนี้ว่า ไท (ใช้เสียง ท)

          ชาวไทยภาคเหนือ, ไตลื้อสิบสองปันนาในสาธารณรัฐประชาชนจีน, ไตลื้อทางเหนือสุดของประเทศลาวคือในแขวงพงสาลี, ไตโหลงหรือไทใหญ่แห่งรัฐชานของพะม่ารวมทั้งไตคำตี่ ออกเสียงคำนี้ว่า ไต (ใช้เสียง ต).”

          คนลุ่มน้ำเจาพระยา หลัง พ.ศ. 1700 รับคำว่า ไท จากผู้ไทย โดยจับเข้าบาลี มี ย ก็กลายเป็นไทย และคนไทย

          คนไทย หมายถึงไทยสยาม ประกอบด้วยคนหลายเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง โดยมีอโยธยา, ละโว้, สุพรรณบุรี เป็นศูนย์กลาง

          มีพยานหลักฐานหลายอย่างประกอบคำบอกเล่าเก่าแก่ว่าบรรพชนคนไทยหรือไทยสยามพวกหนึ่งเป็นไทยน้อยจากสองฝั่งโขง ซึ่งมีบรรพชนเป็นแถนและขุนบรม

 

ผู้ไทยลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          นิทานกำเนิดมนุษย์และเรื่องขุนบรม บอกตรงกันว่าขุนบรมเป็นทายาทแถน ซึ่งเป็นบรรพชนผู้ไทยที่มีหลักแหล่งอยู่เมืองแถน โดยมีงัวอิน เป็นลูกชายคนที่ 5 ของขุนบรม เคลื่อนย้ายลงมาลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          ขุนบรมให้ลูกชาย 7 คน แยกย้ายยกครัวไปสร้างบ้านแปลงเมืองต่างๆ ดังนี้   1. ขุนลอ สร้างเมืองชวา คือเมืองหลวงพระบาง หรือล้านช้าง 2. ยี่ผาลาน สร้างเมืองหัวแต น่าจะหมายถึงบ้านเมืองทางสิบสองพันนา ในจีน 3. สามจูสง สร้างเมืองแกวช่องบัว อยู่ในเวียดนาม 4. ไสผง สร้างเมืองโยนก อยู่ในล้านนา 5. งัวอิน สร้างเมือง อโยธยา ในไทย 6. ลกกลม สร้างเมืองเชียงคม คือเมืองคำเกิด ในลาว 7. เจ็ดเจือง สร้างเมืองพวน แขวงเชียงขวาง ในลาว

          มีพรรณนาในนิทานกำเนิดมนุษย์ ว่า “ขุนลอให้ไปสร้างเมืองชวา เป็นท้าวเป็นพระยาแก่คนทั้งหลายเทอญ ยี่ผาลานให้ไปสร้างเมืองหัวแต สามจูสงให้ไปสร้างเมืองแกวช่องบัว ไสผงให้ไปสร้างเมืองยวนโยนก งัวอินไปสร้างเมืองชาวใต้อโยทธยา ลกกลมให้ไปสร้างเมืองเชียงคม ยอสามเจ็ดเจิงให้ไปสร้างเมืองพวน”

 

เมืองแถน หลักแหล่งลาวเก่า

          เมืองแถน เป็นเมืองลาวเก่า มีร่องรอยบอกไว้ในนิทานเรื่องขุนบรม (อยู่ในพงศาวดารเมืองล้านช้าง) ตอนหนึ่งมีความว่า

          “—–พระยาผีแถน จักให้ท้าวขุนบรมลงมาเกิดในเมืองลาวเก่า—–”

          เท่ากับเป็นร่องรอยว่าบรรพชนลาวหลวงพระบาง (ล้านช้าง) เป็นลาวเก่า มีหลักแหล่งอยู่ทางเมืองแถน

          นิทานกำเนิดมนุษย์ในพงศาวดารล้านช้าง มีศูนย์กลางอยู่นาน้อยอ้อยหนู ต่อมาเรียกเมืองแถน (สำเนียงบางแห่งว่า เมืองแถง) ปัจจุบันคนเวียดนามเรียก เดียนเบียนฟู จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายไว้ในหนังสือสังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา (พิมพ์ครั้งที่ 3 สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พ.ศ. 2547 หน้า 317) มีความว่า

          “เมืองแถน คือเมืองที่มักเรียกตามภาษาเวียดนามว่า เดียนเบียนฟู อยู่ในเขตเวียดนามเหนือติดชายแดนลาวแขวงซำเหนือ (หัวพัน) และเป็นที่อยู่ของไทดำ หรือ ผู้ไทดำบัดนี้

          (คำว่า แถน นี้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเมือง หรือเป็นชื่อปู่แถนย่าแถน หรือพญาแถน พวกฝรั่งรุ่นเก่าเรียกเพี้ยนเป็น Thaeng-แถง หมดทุกแห่ง. ไทยเราเรียนเรื่องของไทยและลาวจากตำราฝรั่ง จึงพลอยเรียกเป็น เมืองแถง ไปด้วย ทั้งๆ ที่ในภาษาลาวและไทดำที่แท้จริงนั้นเรียกว่า แถน.)”

 

แถน คือขุนแผน

          บริเวณภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เรียกแถนด้วยสำเนียงกลายแล้วเป็น ขุนแผน หมายถึงพระพรหม มีในโองการแช่งน้ำ ตอนพระพรหมตรวจภูมิสถานเมื่อมีแผ่นดินเกิดใหม่หลังไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก ดังนี้

          แลเป็นแผ่น    เมืองอินทร์

          เมืองธาดา     แรกตั้ง

          ขุนแผน แรกเอาดิน     ดูที่

           ทุกยั้งฟ้า       ก่อคืน ฯ

          จิตร ภูมิศักดิ์ อิบายไว้ในหนังสือโองการแช่งน้ำ ว่ายุคแรกๆ พวกไทยยังไม่คุ้นชื่อเทวดาที่เรียกด้วยภาษาสันสกฤต จึงเอาคำดั้งเดิมที่คุ้นเคยมาใช้เรียกแทน

          แถน หมายถึง อำนาจเหนือธรรมชาติ (คือผี) ซึ่งถือเป็นบรรพชนของผู้ไทย (ลาวเก่า) และคนในตระกูลลาวทั้งหลาย บางทีเรียกผีฟ้า, เจ้าฟ้า เพราะเชื่อว่าสิงอยู่บนฟ้า เป็นเจ้าใหญ่ของท้องฟ้า

          แล้วเชื่ออีกว่าเป็นผู้ควบคุมน้ำที่มีบนฟ้า ซึ่งปล่อยให้ตกลงมาเป็นฝน จึงมีนิทานจุดบั้งไฟขอฝนบนฟ้าจากแถน

 

ตำแหน่งราชการแบบผู้ไทย

          ตำแหน่งราชการที่มีในกฎมณเฑียรบาลและกฎหมายยุคต้นอยุธยา ส่วนหนึ่งได้จากเขมรยุคนครวัด แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นมรดกสืบทอดจากผู้คนในตระกูลลาว-ไทย เช่น ผู้ไทย (โองการแช่งน้ำ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ สำนักพิมพ์ดวงกมล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2524 หน้า 307-379)

          การนับยศจากที่นา (ซึ่งจะเป็นต้นทางของระบบศักดินา) มีในกฎหมายลักษณะอาญาหลวง พ.ศ. 1974 มีร่องรอยนับยศจากจำนวนที่นาอย่างดั้งเดิมอยู่ชัดเจน จิตร อธิบายว่า

          “ดังในตอนหนึ่งมีว่า; ‘อนึ่ง ผู้เกษตราธิบดี แลร้อยนา, พันนา, หมื่นนา, แสนนา, กำนันนา แลบังอาจบังพระราชทรัพย์ เบ่ยเงิน เข้าของของหลวงก็ดี’ (อาญาหลวง ม.38) จะเห็นได้ว่านี่คล้ายคลึงกับ สิบนา, ฮ้อยนา, พันนา, หมื่นนา (เจ้าหมื่น), แสนนา (แสน) และล้านนา (ล้าน) ของพวกไทยดำอย่างยิ่ง.”

          ด้วยเหตุดังอธิบายมาแต่ต้น จะเห็นว่านิทานกำเนิดมนุษย์ซึ่งเป็นวรรณกรรม คำบอกเล่าเก่าแก่ มีร่องรอยความเป็นคนไทยว่าเกี่ยวข้องกับพวกผู้ไทย หรือไทยดำ เมืองแถน เมื่อนานมากแล้ว