มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2556

 

          “ครูต้องปรับตัว สอนน้อยลง เรียนรู้มากขึ้น หรือที่เรียกว่า teach less, learn more”

          นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และ รมว. ศึกษาฯ บอกนายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น ที่ไปสัมภาษณ์พิเศษถึงห้องทำงาน  กระทรวงศึกษาธิการ (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2556 หน้า 16) แล้วบอกอีกว่า

          “ครูต้องฟังเด็กมากขึ้น ต้องสอนให้เด็กคิดเป็น ครูควรตั้งคำถามกลับเมื่อนักเรียนถาม”

          “การเรียนแบบนี้จะทำให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น ไม่รอจดท่องจำตามที่ครูบอก”

          ครูที่สอนนักเรียนตามที่ รมว. พงศ์เทพยกคุณสมบัตินั้น จะได้จากไหน?

          “ค่อยเป็นค่อยไป” รมว. ศึกษาฯ บอกอีก “ต้องทำคู่ขนานกับหลักสูตรผลิตครูรุ่นใหม่”

          นายพงศ์เทพบอกแผนงานการศึกษาไทยต่อไป ว่าครูรุ่นเก่าที่อยู่ในระบบ 500,000 คน ต้องปรับตัวให้เข้าสู่ครูรุ่นใหม่ไม่เกิน 1 ปี

          “เมื่อเราได้ครูเก่ง ครูดี และเด็กมีเวลาได้ทำกิจกรรมอื่น ไม่เรียนหนักเหมือนเดิม ผมเชื่อมั่นว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยจะดีขึ้นกว่าเดิมแน่” นายพงศ์เทพ รมว. ศึกษาฯ คาดหมายไว้

          ครูรุ่นเก่าที่อยู่ในระบบมีมากราว 500,000 คน ย่อมเป็นที่รู้ทั่วกันว่าถูกครอบงำจากครูของครูให้สงบปากสงบคำ แล้วท่องจำตามคำสอนเท่านั้นที่สอนมากๆทั้งวัน

          เมื่อเป็นครูสอนเด็ก ก็เอาแบบอย่างนั้นมา จู่ๆจะให้เลิก หรือปรับตัวเข้าสู่ครูรุ่นใหม่ภายใน 1 ปี เห็นทีจะยาก หรือเป็นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ทยอยเกษียณ หรือเออร์ลี่รีไทร์ จนหมดไปเอง

          ลำพังจะหวังพึ่งพาครูรุ่นใหม่อย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีเนื้อหาหลักสูตรใหม่ที่ก้าวหน้าทันสมัย และผู้บริหารที่มีสำนึกอย่างสมัยใหม่ด้วย

          โดยเฉพาะเนื้อหาวิชาที่ลงท้ายว่าไทย เช่น ประวัติศาสตร์ไทย, ภาษาไทย, วรรณคดีไทย, ดนตรีไทย, นาฏศิลป์ไทย, ฯลฯ ถ้ายังอยู่ในกำมือที่มองไม่เห็นเหมือนเดิม สิ่งที่ รมว. ศึกษาฯ พูดมาทั้งหมดเรื่องคุณภาพใหม่ของการศึกษาไทยก็ไม่มีความหมายอะไร

อย่าว่าแต่ระดับประถมหรือมัธยม ขนาดมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ยังไม่องอาจจะสร้างเนื้อหาใหม่ตามพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่มีอยู่จริงของสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ ทุกวันนี้ยังใช้เนื้อหาอย่างนิยายปลุกใจรักชาติคลั่งชาติเหมือนเดิม

มหาวิทยาลัยในท้องถิ่น ทั้งของรัฐและเอกชน ก็ไม่สนใจประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะยอมตกอยู่ในกำมือที่มองไม่เห็นอย่างเต็มใจ ไม่ตะขิดตะขวง

ก็เพราะผู้บริหารจัดการได้โอกาสมั่งคั่งและมั่นคงอย่างเต็มกอบเต็มกำ โดยพร้อมจะให้นักเรียนนักศึกษาเสียโอกาส