มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2556

 

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เล่นเป็นนางมณฑา มเหสีท้าวสามล ในละครนอกเรื่องสังข์ทอง ตอนมณฑาลงกระท่อม ประกอบการสัมมนาเรื่องนาฏศิลป์และดนตรีไทยในชีวิตไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2515 (ภาพจากลักษณะไทย เล่ม 3 หน้า 67)

          สังคมไทยสมัยก่อน อนุญาตให้วิพากษ์วิจารณ์พระเจ้าแผ่นดินได้ในสถานการณ์พิเศษ โดยผ่านการละเล่นที่เรียกสมัยต่อมาว่าละครนอก คือละครชาวบ้านนั่นเอง

          ละครดั้งเดิมไม่ใช่การแสดงให้คนดูเพื่อความสนุกสนานอย่างปัจจุบัน

          แต่เป็นการละเล่นในพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น งานศพ, แก้บน, ฯลฯ ถือเป็นสถานการณ์พิเศษที่ละเมิดกฎเกณฑ์ปกติได้ เช่น อนุญาตให้วิพากษ์วิจารณ์พระเจ้าแผ่นดินได้

          “อาจารย์คึกฤทธิ์” ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนอธิบายเรื่องละครนอกไว้ในหนังสือลักษณะไทย เล่ม 3 ศิลปะการแสดง (ธนาคารกรุงเทพ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2551 หน้า 58) จะคัดมาให้อ่านดังนี้

          ละครนอกที่ชาวบ้านเขาเล่นดูกันนั้น ท้าวพระยามหากษัตริย์เป็นตัวตลกทั้งสิ้น ไม่มีความดีอะไรเลย ขี้ขลาดตาขาวสารพัด

          ท้าวสามลในเรื่องสังข์ทองก็เป็นตัวตลก ท้าวเสนากุฎในเรื่องสังข์ศิลป์ชัยก็เป็นตัวตลก ท้าวสันนุราชในเรื่องคาวีก็เป็นตัวตลก ขึ้นชื่อว่าพระเจ้าแผ่นดินแล้วบทละครนอกเขียนให้เป็นตัวตลกหมด

          และแม้แต่บทละครนอกซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์โดยรักษาลักษณะของละครนอกไว้ครบถ้วน

          บทละครนอกจึงแสดงให้เห็นสิ่งหนึ่งได้ชัดเจน คือชี้ให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของคนไทยไว้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นคนที่ไม่นิยมนับถืออำนาจที่ปกครองแผ่นดินมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใครเป็นรัฐบาล คนไทยจะต้องวิจารณ์ว่าไม่ดีทั้งสิ้น และไม่นับถือ ที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า anti-establishment

          และดูจากบทละครนอกก็จะเห็นได้ว่าคนไทยคงจะเป็นเช่นนี้มานานแล้ว ท้าวพระยา มหากษัตริย์เป็นคนไม่ดี เป็นคนโลเล ไม่แน่นอน เป็นคนตลกเลอะเทอะ

          มีคำบอกเล่าสืบกันมาอีกว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าเอกทัศ กรุงศรีอยุธยา โปรดให้หาละครชาวบ้านไปเล่นในวัง

          พวกจำอวดเล่นหน้าพระที่นั่งฉวยโอกาสวิพากษ์วิจารณ์บ้านเมืองขณะนั้นว่าชาวบ้านเดือดร้อนเพราะราชการรีดนาทาเน้นเก็บภาษีผักบุ้ง

          พระเจ้าเอกทัศก็ตรัสให้เอาข้าราชการนั้นมาลงโทษ แล้วยกเลิกเก็บภาษีผักบุ้ง โดยพวกละครชาวบ้านไม่มีความผิดอันใด

          ครั้งนั้นไม่พบคำบอกเล่าว่ามีใครเพ็ดทูลให้เอาผิดของพวกละคร ขณะเดียวกันก็ไม่พบหลักฐานว่ามีใครตั้งตน“ล่าแม่มด”d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);}