มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 13 มีนาคม 2556

 

          ท้องถิ่นไทยไม่จำเป็นต้องแยกห้องสมุดกับมิวเซียมออกจากกันเป็นเอกเทศ ควรให้อยู่รวมกันได้อย่างง่ายๆ แล้วเน้นเก็บเอกสารและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นนั้น โดยสร้างสรรค์กิจกรรมความน่าสนใจด้วยกลวิธีต่างๆ

          บ้านหนังสืออัจฉริยะ เป็นโครงการของ กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) ส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านมีหนังสืออ่านมากขึ้น

          โดย กศน. จัดหาหนังสือให้หมู่บ้าน ทั้ง นสพ. รายวัน (วันละ 2 ฉบับ), รายปักษ์, รายสัปดาห์, นิตยสาร, รวมถึงหนังสืออื่นๆที่เป็นประโยชน์

          คำว่า“อัจฉริยะ” ที่ต่อท้ายบ้านหนังสือเป็นคำเท่ๆ แต่ปัจจุบันเป็นคำน่ากลัวมากๆ เพราะถูกนักการเมืองใน กทม. เอาไปใช้งานสร้างอนุสรณ์สถานประจานเงินทอนอยู่ตามถนนใน กทม. จนทุกวันนี้ แต่ใช้งานไม่ได้

          ก่อนหน้านี้นานแล้ว เคยมีที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน แรกๆสนุกสนานดี ครั้นนานไปก็ซบเซาเอง เพราะผู้บริหารจัดการต่อๆมาไม่ใช่คนอ่านหนังสือ เลยไม่ดูแลให้ก้าวหน้าและต่อเนื่อง

          บ้านหนังสืออัจฉริยะ คงไม่ต่างกันนักจากที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน จะอยู่นานแค่ไหนเดาไม่ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายและผู้บริหาร แต่ยังมองไม่เห็นผู้บริหารจัดการที่เป็นนักอ่านหนังสือ แล้วทำกิจกรรมการอ่านให้สนุกได้

          หมู่บ้านและตำบลหลายแห่งเคยมีผู้รวบรวมประวัติความเป็นมาของชื่อบ้านนามเมือง และสภาพทั่วไปในปัจจุบัน ทั้งภูเขา, แม่น้ำ, ลำคลอง, หนอง, บึง วัดวาอารามและมัสยิด ฯลฯ เอาไว้เป็นเล่มบางๆขนาด เอ 4 ผมเคยตระเวนซัดเซพเนจรไปพบโดยบังเอิญ แล้วขอรับแจกมาอ่าน ได้ความรู้มหาศาลที่หาเองไม่ได้อย่างนั้นแน่ๆ

          หากเป็นไปได้ กศน. ควรมีส่วนร่วมผลักดันให้มีประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านและตำบลไว้ประจำบ้านหนังสืออัจฉริยะ จะวิเศษยิ่ง

          เมื่อเร็วๆนี้ กศน. ทำประชาสัมพันธ์ตัวเองลงใน นสพ. หลายฉบับ ผมอ่านแล้วไพเราะจับใจคล้ายจะเป็นงานวรรณกรรมสร้างสรรค์ สอดคล้องกลมกลืนอย่างยิ่งกับนักการเมืองตระกูล“อัจฉริยะ”ประเภทดีแต่พูด

          การจัดการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการเป็นเรื่องสำคัญมากๆ มีผู้รู้ต่างบอกเล่าไปในทางเดียวกันว่า สิงคโปร์ เน้นห้องสมุดและมิวเซียมสร้างการศึกษาให้ประชาชนมีความรู้ความคิดก้าวหน้า ญี่ปุ่น ใช้มิวเซียมท้องถิ่นเพื่อการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

          ท้องถิ่นไทยไม่จำเป็นต้องแยกห้องสมุดกับมิวเซียมออกจากกันเป็นเอกเทศ ควรให้รวมกันอย่างง่ายๆ ต่อไปเมื่อมีเงินทองกองแก้วเหลือกินเหลือใช้แล้วค่อยทำห้องสมุดกับมิวเซียมแยกกันให้มโหฬารพันลึกให้เท่าเทียมหรือดีกว่าสิงคโปร์, ญี่ปุ่น

          แต่ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ของ กศน. บางแห่ง หรือหลายแห่ง มีปัญหาซ้ำซาก แม้มีภาคเอกชนชวนให้ร่วมกันคิดทำกิจกรรมแบ่งปันความรู้เพื่อการศึกษาในท้องถิ่น แต่ผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจแท้จริงไม่ใส่ใจจะทำอะไร สู้สร้างวาทกรรมพิมพ์เผยแพร่ผ่านสื่อดีกว่า เข้าตา รมต. ศึกษาและนายกฯ รวดเร็วทันอกทันใจ

          ฝ่ายราชการแต่ไหนแต่ไร ไม่เห็นหัวประชาชนพลเมือง การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาจึงล้มเหลว มีประจักษ์พยานอยู่แล้ว

          ถ้าฝ่ายการเมืองยังเซื่องๆตามฝ่ายราชการอีก โดยไม่รวมพลังทั้งสังคม ซึ่งมีฝ่ายเอกชนเป็นสำคัญด้วย ใครก็ต้องรู้ว่าผลของปฏิรูปการศึกษาครั้งใหม่คือไม่ได้ผลเหมือนครั้งก่อน

          และการศึกษานอกระบบ ก็จะเป็นการศึกษานอกเหนือการควบคุม} else {